12 Rules For Life

ในยุคที่คำว่า Disruption กลายเป็นเรื่องปกติ และความไม่แน่นอน คือความแน่นอนเพียงอย่างเดียวที่เราจับต้องได้ ไม่แปลกที่หลายคนในแวดวงธุรกิจและการตลาดจะรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางพายุ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึม พฤติกรรมผู้บริโภคที่เดาทางยาก หรือแม้แต่คู่แข่งหน้าใหม่ที่เกิดขึ้นทุกวินาที

วันนี้ Thumbsup จึงอยากพาคุณกลับมาสู่รากฐานของการจัดการชีวิตและจิตใจ ผ่านสรุปหนังสือระดับโลก 12 Rules For Life: An Antidote to Chaos โดยศาสตราจารย์ Jordan B. Peterson ซึ่งไม่ได้เป็นแค่หนังสือ How-to ทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานจิตวิทยา ปรัชญา และชีววิทยา เพื่อให้เรายืนหยัดได้อย่างมั่นคงระหว่างระเบียบ และความโกลาหล

12 Rules For Life

Order and Chaos

ชีวิตคนเราก็เหมือนการเดินไต่ลวดเส้นบาง ๆ ระหว่างสองสิ่งนี้

  • Order หรือระเบียบ: คือ Comfort Zone พื้นที่ที่เรารู้กฎเกณฑ์ ทุกอย่างคาดเดาได้ ปลอดภัย แต่ถ้ายึดติดมากไป เราจะไม่เติบโต
  • Chaos หรือความโกลาหล: คือดินแดนที่ไม่รู้จัก สิ่งที่ไม่คาดฝัน ความล้มเหลว หรือวิกฤตที่โถมเข้ามาโดยไม่ตั้งตัว

กุญแจสำคัญไม่ใช่การหนี Chaos แต่คือการสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับมัน 12 กฎต่อไปนี้คือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณค้นพบจุดสมดุลนั้น

หมวดที่ 1 วาจาสร้างโลก

Rule 1: อย่าโกหก

เคยไหมที่ยอมเออออไปกับที่ประชุมทั้งที่รู้ว่าไอเดียนั้นไม่เวิร์ก? หรือยอมทำตามกระแสสังคมจนลืมจุดยืนของแบรนด์? การโกหกเพื่อให้คนอื่นพอใจ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง อาจดูเหมือนทางออกที่ง่ายในระยะสั้น แต่มันคือการทำลายตัวตนของเราอย่างช้า ๆ

การเป็นคนดีที่ยอมตามน้ำไปทุกเรื่อง จะทำให้เรากลายเป็นเงาสะท้อนของความคาดหวังคนอื่น จนสูญเสียความสามารถในการค้นหาความจริง การพูดความจริงหรืออย่างน้อยก็ไม่โกหก จะช่วยลดความกังวลและสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงให้กับชีวิต แม้ความจริงอาจจะเจ็บปวด แต่การเผชิญหน้ากับมันจะทำให้เราแกร่งขึ้น

Rule 2: พูดสิ่งที่คิด

สมองเรามักตัดทอนรายละเอียดเพื่อประหยัดพลังงาน เรามองผ่าน ๆ เห็นประตูเป็นแค่ทางผ่าน เห็นนาฬิกาเป็นแค่เครื่องบอกเวลา เช่นเดียวกับคนที่เรามักตัดสินเขาจากความประทับใจแรก

แต่โลกนี้เชื่อมโยงกันซับซ้อนกว่านั้น การที่คุณไม่กล้าพูดหรือแสดงความคิดเห็นที่แท้จริงออกมา จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดสะสม การสื่อสารอย่างเปิดเผยและไตร่ตรองมาดีแล้ว คือการเชิญชวนให้คนอื่นเข้ามาในโลกของคุณ สร้างความเข้าใจที่แท้จริง ซึ่งจำเป็นมากในการทำงานทีมและการสร้างแบรนด์ที่จริงใจ

หมวดที่ 2: สร้างความมั่นใจจากภายใน

Rule 3: ยืดอกให้ไหล่ผาย

รู้หรือไม่ว่าระบบประสาทของเราคล้ายกับ ล็อบสเตอร์ มากกว่าที่คิด? ล็อบสเตอร์มีการต่อสู้แย่งชิงอาณาจักร ตัวที่ชนะจะมีสารเซโรโทนินพุ่งสูง ทำให้มันยืดตัว อกผาย และดูน่าเกรงขาม ส่วนตัวที่แพ้จะหดตัวลีบและขาดความมั่นใจ

มนุษย์เราก็มี Hierarchies หรือลำดับชั้นทางสังคมเช่นกัน การที่คุณเดินห่อไหล่ ก้มหน้า จะส่งสัญญาณแห่งความพ่ายแพ้ให้คนรอบข้างและสมองของตัวเองรับรู้ จงเรียนรู้จากล็อบสเตอร์อายุ 350 ล้านปีตัวนี้ หรือ ยืดอกขึ้น ทั้งทางกายภาพและทัศนคติ การแสดงออกทางภาษากายว่าคุณพร้อมรับมือกับปัญหา จะทำให้คนรอบข้างเชื่อถือ และที่สำคัญที่สุด คือคุณจะเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง

Rule 4: เลือกการเติบโตแทนความเคียดแค้น

ในโลกธุรกิจหรือชีวิตส่วนตัว การถูกเอาเปรียบหรือเจอเรื่องแย่ ๆ เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่การจมอยู่กับความแค้น หรือรอให้คนอื่นมาขอโทษ คือการเอาชีวิตไปผูกไว้กับคนอื่น

เปลี่ยนมุมมองจากการโทษสิ่งแวดล้อม มาเป็นการมองเข้ามาข้างใน หากคุณเคยเจอหัวหน้าที่แย่ แทนที่จะก่นด่า ให้เรียนรู้และสัญญากับตัวเองว่าเมื่อคุณเป็นหัวหน้า คุณจะไม่ทำแบบนั้น การรับผิดชอบต่อชะตาชีวิตตัวเองคือจุดเริ่มต้นของการเยียวยาและการเติบโตที่แท้จริง

หมวดที่ 3: ความสัมพันธ์และบทสนทนา

Rule 5: เลือกคบคนให้ฉลาด

ลองตรวจสอบดูว่า เพื่อนหรือคนรอบตัวคุณทำให้คุณรู้สึกด้อยค่า, ต้องคอยแบกรับปัญหาของพวกเขาฝ่ายเดียว หรือทำให้คุณไม่กล้าเป็นตัวเองหรือเปล่า?

Jordan B. Peterson ย้ำว่า การเลือกคบคนที่ อยากเห็นเราได้ดี ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว เพื่อนที่ดีคือคนที่ผลักดันให้เราเติบโต กล้าเตือนเมื่อเราทำผิด และยินดีเมื่อเราสำเร็จ ถ้าเพื่อนคนไหนที่คุณไม่กล้าแนะนำให้คนที่คุณรักรู้จัก… ทำไมคุณถึงยังคบเขาเป็นเพื่อนอยู่ล่ะ?

Rule 6: ฟัง พูด และค้นพบ 

การพูดคือการเรียบเรียงความคิด แต่การ ฟัง คือการเรียนรู้ นักการตลาดที่ดีต้องเป็นนักฟังที่ดี ไม่ใช่แค่ฟังเพื่อจะตอบโต้ แต่ฟังเพื่อเข้าใจ

การสนทนาที่มีคุณภาพคือการแลกเปลี่ยนที่ทั้งสองฝ่ายมุ่งค้นหาความจริง ไม่ใช่แค่ต้องการเอาชนะ ลองฟังคนอื่นเหมือนกับว่าเขารู้อะไรบางอย่างที่คุณไม่รู้ นั่นคือหนทางสู่ปัญญาที่แท้จริง

หมวดที่ 4: ความก้าวหน้าสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ

Rule 7: แข่งกับตัวเองในเมื่อวาน

ศัตรูตัวร้ายของคนยุคโซเชียลคือ การเปรียบเทียบ เราเห็นความสำเร็จของคนอื่นผ่านหน้าจอตลอดเวลา จนรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว ทั้งที่จริงแล้วชีวิตคนเรามีเงื่อนไขและบริบทที่ต่างกัน

เลิกเอาบทที่ 1 ของเราไปเทียบกับบทที่ 20 ของคนอื่น แต่ให้เปรียบเทียบกับตัวเราเองเมื่อวานนี้ วันนี้คุณทำงานดีขึ้นไหม? คุณเข้าใจลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า? ชัยชนะเล็ก ๆ ในแต่ละวัน คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะพาคุณไปสู่เป้าหมายระยะยาว

Rule 8: ความอดทนและวินัยคือตั๋วสู่ความสำเร็จ

ทำไมเราไม่กอบโกยความสุขเดี๋ยวนี้เลยล่ะ? เพราะความสุขฉาบฉวยมักแลกมาด้วยอนาคตที่พังทลาย

การยอมสละความสุขชั่วคราวเพื่อสิ่งที่ยั่งยืนกว่า คือคุณสมบัติของผู้ประสบความสำเร็จ การฝึกวินัยไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ข้ามคืน แต่เริ่มจากการสร้างนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็น Character ที่แข็งแกร่ง

หมวดที่ 5: ภาวะผู้นำและการเลี้ยงดู

Rule 9: วินัยคือความรัก

กฎข้อนี้ไม่ได้ใช้แค่กับลูก แต่ใช้กับทีมงานได้ด้วย การเป็นพ่อแม่ หรือหัวหน้า ไม่ใช่แค่การเป็น เพื่อน แต่คือการเป็นผู้นำที่ชี้แนะแนวทาง การมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ไม่ใช่การลงโทษ แต่คือการสร้างความปลอดภัยและโครงสร้างให้เขาเติบโตอย่างมีคุณภาพในสังคม

Rule 10: อย่าปกป้องจนเกินเหตุ

โลกนี้อันตราย แต่การห่อหุ้มลูกน้องหรือลูกหลานด้วยบับเบิ้ลกันกระแทกไม่ให้เจอปัญหาเลย จะทำให้เขาเป็นคนที่เปราะบาง

ปล่อยให้พวกเขาล้มบ้าง ให้เขาได้ลองสเก็ตบอร์ดแล้วถลอกบ้าง การเผชิญความเสี่ยงที่ควบคุมได้ คือวิธีเดียวที่จะสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกใบนี้

หมวดที่ 6: บทเรียนจากสิ่งมีชีวิต

Rule 11: คุณคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด

เรื่องตลกร้ายคือ คนเรามักป้อนยาให้หมาแมวตรงเวลาเป๊ะ แต่กลับลืมกินยาของตัวเอง หรือละเลยสุขภาพตัวเองทั้งที่ทำงานหนักสายตัวแทบขาด

จำไว้ว่าคุณคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณเอง ดูแลตัวเองให้ดีเหมือนที่คุณดูแลคนที่คุณรัก เพราะถ้าคุณล้มไปคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่คุณที่แย่ แต่คนรอบข้างและงานที่คุณรับผิดชอบก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

Rule 12: ดื่มด่ำกับสิ่งเล็กน้อย

ระหว่างทางที่เร่งรีบ ถ้าเจอแมวข้างทาง… ลองหยุดเล่นกับมันดูบ้าง

กฎข้อสุดท้ายนี้เตือนสติคนบ้างานได้ดีที่สุด ชีวิตไม่ได้มีแค่เป้าหมายใหญ่ ๆ แต่อยู่ในรายละเอียดระหว่างทาง กาแฟอร่อย ๆ สักแก้ว รอยยิ้มของคนแปลกหน้า หรือเพลงโปรดที่เปิดขึ้นมาพอดี การสังเกตเห็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ คือน้ำหล่อเลี้ยงใจให้เรามีแรงสู้กับ Chaos ในวันพรุ่งนี้ต่อไป

Thumbsup มองว่า ชีวิตที่ขับเคลื่อนด้วย Autopilot อาจพาเราไปผิดทิศทางได้ง่าย ๆ การนำ 12 กฎนี้ไปปรับใช้ ไม่จำเป็นต้องทำทีเดียวครบทุกข้อ แต่ให้เริ่มจากการ ตระหนักรู้ ถึงความวุ่นวายและระเบียบในใจเรา

ในมุมมองของคนทำงาน การเข้าใจตนเองอย่างถ่องแท้ตามหลักการของ Jordan B. Peterson จะช่วยให้เรามี Emotional Resilience หรือความยืดหยุ่นทางอารมณ์ ซึ่งเป็น Soft Skill ที่ AI ไม่สามารถแทนที่ได้ การยืนหยัดอย่างมั่นคงเหมือนล็อบสเตอร์ผู้ชนะ การพูดความจริง และการแข่งกับตัวเอง จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีในสนามธุรกิจที่ดุเดือดนี้ ลองหยิบสัก 1-2 ข้อไปเริ่มทำวันนี้ แล้วคุณจะพบว่า Chaos ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นบันไดสู่การเติบโต

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: