Recovery

ในโลกของการทำงานและการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล เรามักได้ยินคำว่า Productivity หรือ Growth Mindset กันจนชินหู แต่มีอีกคำหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พรมและฉุดรั้งศักยภาพของเราไว้อย่างเงียบเชียบ นั่นคือคำว่า Addiction หรือ การเสพติด

เมื่อพูดถึงการเสพติด ภาพจำของเรามักพุ่งไปที่เหล้า บุหรี่ หรือยาเสพติด แต่ Russell Brand นักแสดงและนักเขียนผู้ผ่านจุดต่ำสุดของชีวิต ได้นิยามความหมายใหม่ในหนังสือ Recovery: Freedom from Our Addictions ว่าการเสพติดคือพฤติกรรมสากลที่ฝังอยู่ในความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการติดไถฟีดมือถือ, ติดการช้อปปิ้งออนไลน์, ติดกาแฟ, ติดการทำงานจนเกินพอดี หรือแม้กระทั่ง ติดการได้รับการยอมรับ

Thumbsup จึงขอหยิบยกแก่นความคิดจากหนังสือเล่มนี้ มาถอดรหัสเป็น 12 ขั้นตอนของการกู้คืนระบบชีวิต เพื่อให้คุณได้ลอง Audit ตัวเองและ Restart ชีวิตใหม่ให้ดีกว่าเดิม

Recovery

รู้จักวงจรแห่งความพังพินาศ

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ เราต้องเข้าใจ Loop ของมันก่อน Russell Brand อธิบายว่าการเสพติดเกิดขึ้นเมื่อความต้องการทางชีวภาพตามธรรมชาติถูกจัดลำดับความสำคัญผิดเพี้ยนไปจนกลายเป็นการทำลายล้าง วงจรนี้ประกอบด้วย

  1. Pain: จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง อาจเป็นความเหงา ความเครียดจากงาน หรือแผลในใจ
  2. Using Agent: หาสิ่งมาบรรเทา เช่น เหล้า, อาหาร, เซ็กส์, งาน หรือการไถจอเพื่อหนีความจริง
  3. Temporary Distraction: รู้สึกดีขึ้นแวบหนึ่ง ลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ
  4. Consequences: งานเสีย สุขภาพพัง ความสัมพันธ์แย่
  5. Shame & Guilt: นำไปสู่ความเจ็บปวดที่มากขึ้น และวนกลับไปข้อ 1 ใหม่

ถ้าคุณรู้สึกว่ามีกิจกรรมบางอย่างที่เริ่มลดทอนประสิทธิภาพการทำงาน และความสามารถในการมีความสุข นั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง ถึงเวลาเข้าสู่กระบวนการ 12 ขั้นตอนแล้ว

Phase 1: Awareness & Admission

Step 1: ยอมรับว่าเราหมดอำนาจที่จะควบคุมมัน

ก้าวแรกยากที่สุดเสมอ คือการยอมรับความจริง คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ฉันคุมได้ หรือ ฉันเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความจริงคือ Ego ของเรากำลังทำงานร่วมกับสิ่งที่เราเสพติดเพื่อหลอกตัวเอง การยอมรับว่าชีวิตกำลัง Unmanageable ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการตระหนักรู้

Step 2: เชื่อในระบบที่ใหญ่กว่าตัวเรา

เมื่อยอมรับว่าตัวคนเดียว เอาไม่อยู่ เราต้องหา Power อื่นมาช่วย ในบริบทของ 12 ขั้นตอนแบบดั้งเดิมอาจหมายถึงพระเจ้า แต่สำหรับบริบทคนทำงานหรือคนทั่วไป มันคือการเชื่อใน กระบวนการ, Mentor, Community หรือแม้แต่ธรรมชาติ ว่าสิ่งเหล่านี้สามารถฟื้นฟูสติสัมปชัญญะของเรากลับมาได้ ขั้นตอนนี้คือการสร้าง Hope ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้

Step 3: ตัดสินใจใช้ชีวิตให้กับการดูแลของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

นี่คือการลด Ego ลงอย่างราบคาบ ถ้าวิธีเดิม ๆ ที่เราใช้แก้ปัญหา เช่น เครียดแล้วกิน เครียดแล้วช้อป มันไม่เวิร์ค ก็ถึงเวลาต้องยอมจำนนเพื่อลองวิธีใหม่ การปล่อยวางการควบคุมอนุญาตให้เราเปิดรับคำแนะนำและการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

Phase 2: The Deep Audit

Step 4: ทำคลังข้อมูลชีวิตอย่างละเอียด

ขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนการทำบัญชีงบดุลของชีวิต Russell Brand แนะนำให้จดบันทึกทุกสิ่งที่คุณละอายใจ ทุกความกลัว ทุกความขุ่นเคืองใจ ลงไปในรายละเอียด

  • Pride: เราห่วงภาพลักษณ์มากแค่ไหน?
  • Ambitions: ความฝันของเราไปกระทบใครไหม?
  • Security: เรากลัวความมั่นคงทางการเงินจนหน้ามืดตามัวหรือเปล่า?

การทำคลังข้อมูลจะช่วยฉายภาพให้เห็นว่า พฤติกรรมภายนอก ที่ดูเท่หรือดูดี แท้จริงแล้วขับเคลื่อนด้วย แรงจูงใจภายใน ที่เป็นพิษแค่ไหน เช่น การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ อาจดูเหมือน Cool ในสายตาเพื่อน แต่เมื่อ Audit ดูแล้ว มันอาจเกิดจากความเหงา และต้องการการยอมรับ

Step 5: เปิดเผยข้อมูล

ข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนที่ 4 ต้องถูกนำมาเปิดเผยกับใครสักคนที่ไว้ใจได้ เช่น Mentor หรือเพื่อนสนิท การสารภาพช่วยเปลี่ยนมุมมองของเราต่อเหตุการณ์ในอดีต และเป็นการยืนยันว่าเราพร้อมจะรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง

Phase 3: Debugging & Rewrite Code

Step 6: เตรียมพร้อมสำหรับการแก้ไข

เมื่อเห็น Bug ในระบบความคิดแล้ว ขั้นตอนนี้คือการเตรียมใจให้พร้อมที่จะให้สิ่งเหล่านั้นถูกกำจัดออกไป เราไม่ได้ขอให้ความต้องการหายไป เช่น ความต้องการทางเพศ หรือความอยากอาหาร แต่เราขอให้มีการแสดงออกในรูปแบบที่ Healthy ขึ้น

Step 7: ความอ่อนน้อมถ่อมตน

คือการยอมรับข้อจำกัดของตัวเอง และร้องขอการเปลี่ยนแปลง Russell Brand เน้นย้ำว่า Humility ไม่ใช่การมองว่าตัวเองไร้ค่า แต่คือการรู้ตัวว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า และเราพร้อมที่จะเรียนรู้ใหม่

Phase 4: Amends & Maintenance

Step 8 & 9: ลิสต์รายชื่อและชดเชยความผิด

เราไม่สามารถ Move on ได้จริงหากอดีตยังตามหลอกหลอน ให้ทำลิสต์รายชื่อคนที่เคยทำให้เสียใจ แล้วกลับไปขอโทษหรือชดเชยอย่างจริงใจ นี่ไม่ใช่แค่เพื่อพวกเขา แต่เพื่อปลดล็อกตัวคุณเองจากความรู้สึกผิด

Step 10: ตรวจสอบตัวเองรายวัน

การกู้คืนระบบไม่ใช่การทำครั้งเดียวจบ แต่คือ Maintenance ขั้นตอนนี้คือการเช็คตัวเองทุกวัน เช่น วันนี้ฉันเห็นแก่ตัวไหม? ฉันซื่อสัตย์ไหม? เพื่อป้องกันไม่ให้เราไหลกลับไปสู่ Loop เดิม ๆ

Step 11: เชื่อมต่อกับสติ

ใช้การภาวนาหรือการทำสมาธิเพื่อรักษา Connection กับเป้าหมายและจิตวิญญาณของเราไว้เสมอ

Step 12: ส่งต่อ

ขั้นตอนสุดท้ายคือการเปลี่ยนจากการโฟกัสที่ตัวเองไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่น การแบ่งปันประสบการณ์และการช่วยเหลือคนที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาการฟื้นฟูของเราให้ยั่งยืน

Thumbsup มองว่า โปรแกรม 12 ขั้นตอนของ Russell Brand ไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่ติดยาเท่านั้น แต่มีไว้สำหรับทุกคนที่ กำลังรอคอยอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรอเลื่อนตำแหน่ง, รอความรัก หรือรอให้รวยก่อนถึงจะมีความสุข

การรอคอยคือกับดัก สิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือ เริ่มลงมือทำ การเปลี่ยนแปลงนั้นเจ็บปวด เพราะเราต้องเฉือนเนื้อร้ายและนิสัยที่เราคุ้นเคยทิ้งไป แต่ผลลัพธ์ของมันคืออิสรภาพที่แท้จริง

ในฐานะคนทำงาน เรามักใช้ชีวิตด้วยระบบ Auto-pilot จนลืมไปว่าเรากำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ ลองใช้สุดสัปดาห์นี้ทำคลังข้อมูลชีวิตดูสักครั้ง คุณอาจจะเจอ Bug ตัวใหญ่ที่ฉุดรั้งความก้าวหน้าของคุณมาตลอดชีวิตก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: