ในยุคที่งบประมาณสื่อถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากทั้ง CFO และผู้ถือหุ้น การพิสูจน์ความคุ้มค่าของทุกบาทที่จ่ายไปกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของนักการตลาด แต่ในขณะที่เรากำลังจมกองข้อมูล ที่มีมากกว่า 50 ตัวชี้วัดจากสิบกว่าแพลตฟอร์ม ผลสำรวจกลับพบว่า 2 ใน 3 ของผู้นำการตลาดกลับ “ไม่ชัดเจน” ในผลกระทบของการลงทุน นี่คือระดับความไม่แน่นอนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
รายงาน TikTok Measurement Spotlight ล่าสุดได้ถอดรหัสผ่านการวิเคราะห์เชิงเศรษฐมิติ (Econometric Analysis) จากแบรนด์ในกลุ่ม Retail และ Telco ในช่วงปี 2024-2025 เพื่อตอบคำถามสำคัญว่า: เราจะข้ามผ่านแค่ตัวเลข ROI ไปสู่การเข้าใจ “แรงขับเคลื่อน” ที่แท้จริงของประสิทธิภาพบน TikTok ได้อย่างไร?
กับดัก ROI จุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง
ก่อนจะไปดู Insight เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่าง ROI กันก่อน ในเชิงการตลาดและการวัดผลสื่อ สูตรคำนวณที่รายงานฉบับนี้ใช้คือการมองหา “กำไรที่เกิดจากสื่อ” เปรียบเทียบกับ “งบประมาณที่จ่ายไป”
สูตรการคำนวณ ROI บน TikTok

ตัวอย่างเช่น: หากแคมเปญสร้างกำไรได้ 300,000 บาท จากการลงทุนค่าโฆษณา 100,000 บาท เท่ากับว่าคุณจะได้ ROI ที่ 3.0 (หรือคิดเป็น 300%) หมายความว่าทุกๆ 1 บาทที่จ่ายไป คุณได้กำไรกลับมา 3 บาทนั่นเอง
หลายคนมักใช้ ROI เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่า ROI เท่ากันอาจให้ “คุณค่า” ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ลองจินตนาการถึงแคมเปญสองตัวที่ได้ ROI 2.5 เท่าเหมือนกัน
- แคมเปญ A: ใช้รูปแบบ Premium Formats สร้างยอดขายต่อ Impression สูงมาก (High Impact)
- แคมเปญ B: ซื้อสื่อราคาถูก (Cheap Inventory) แม้จะสร้างแรงกระเพื่อมได้น้อย แต่เพราะต้นทุนต่ำมากจึงทำให้ ROI ดูดี
คำถามคือ แคมเปญไหนสร้างการเติบโตในระยะยาว การมองแค่ ROI จึงเหมือนการมองแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง โดยไม่ได้ดูว่าสิ่งที่จ่ายไป (Cost/Efficiency) กับสิ่งที่ได้รับกลับมา (Impact/Effectiveness) มีคุณภาพสมดุลกันหรือไม่
จ่ายแพงกว่า แต่ “คุ้ม” กว่าจริงหรือ?
หนึ่งใน Insight ที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องของ Premium Formats เช่น TopView, TopFeed และ Pulse แม้จะมีค่า CPM (ต้นทุนต่อการเห็นพันครั้ง) ที่สูงกว่า และอาจมี ROI ต่ำกว่ามาตรฐานในบางช่วง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ Revenue per thousand impressions ที่สูงกว่าปกติถึง 3-4 เท่า
นั่นหมายความว่า รูปแบบโฆษณาพรีเมียมสามารถสร้าง “Breakthrough Moments” หรือการเข้าถึงที่ทรงพลังกว่าโฆษณาใน Feed ทั่วไป การตัดสินใจเลือกรูปแบบจึงต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์:
- Premium Formats: สำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ต้องการสร้างแรงกระแทกในตลาด
- Standard Formats: สำหรับการรักษาระดับการรับรู้ (Scale) ในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวแปรหลักที่กำหนดความสำเร็จ
ข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า Average Play Duration (ระยะเวลาการรับชมเฉลี่ย) มีความสัมพันธ์โดยตรงกับยอดขาย ยิ่งผู้ชมดูนาน ยิ่งมีโอกาสสร้างรายได้ต่อพัน Impression สูงขึ้น
สูตรสำเร็จของ Creative บน TikTok ที่สรุปจากผลวิจัย
- Hook ให้ได้ในวินาทีแรก: ต้องดึงดูดสายตาผู้คนทันที
- แสดงตัวตนของแบรนด์ภายใน 2 วินาที: อย่ารอนานเกินไปจนคนเลื่อนหนี
- ความยาวไม่ควรเกิน 25 วินาที: เพื่อรักษาความสนใจให้คงอยู่จนจบ
- ออกแบบมาเพื่อ “เปิดเสียง” (Sound-on): เพราะเสียงคือหัวใจของประสบการณ์ TikTok
TikTok ใน Media Mix พลังแห่ง Synergy กับ TV
สำหรับกลุ่มธุรกิจค้าปลีก (Retail) รายงานพบว่า ROI ของ TikTok จะพุ่งสูงขึ้นเมื่อรันแคมเปญควบคู่ไปกับโฆษณาทางโทรทัศน์ (TV) ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรม “Second Screen” ที่ผู้คนมักไถหน้าจอโทรศัพท์ขณะดูทีวี
แม้การวิเคราะห์ในกลุ่ม Telco จะยังไม่เห็นผลลัพธ์การทำงานร่วมกันที่ชัดเจนนัก แต่สำหรับ Retail แล้ว การประสานข้อความสำคัญในช่วงเวลาเดียวกันข้ามแพลตฟอร์ม จะช่วยตอกย้ำการรับรู้และกระตุ้นการตัดสินใจได้ดีกว่าการแยกทำทีละส่วน
กลยุทธ์การวัดผลแบบ Omnichannel
สิ่งสำคัญที่แบรนด์มักพลาดคือการวัดผลแค่ยอดขายออนไลน์ (Online Conversions) รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า TikTok มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายออฟไลน์ (หน้าร้าน) อย่างมีนัยสำคัญ
- Retail: สร้างยอดขายทั้งบนเว็บไซต์และที่สาขา
- Telco: มีผลต่อทั้งการสมัครออนไลน์, การโทรเข้า Call Center และการเดินเข้า Shop
ดังนั้น การใช้ Marketing Mix Modelling (MMM) ที่ครอบคลุมทุกช่องทางจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อไม่ให้ค่าความสำเร็จของ TikTok ถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง (Understated)
จาก Insight สู่ Action
ความสำเร็จบน TikTok ไม่ได้อยู่ที่การหา CPM ที่ถูกที่สุด แต่อยู่ที่การหา “จุดสมดุล” ระหว่างประสิทธิภาพและประสิทธิผล
Checklist สำหรับแคมเปญต่อไปของคุณ
- Match Format to Objective: อย่าเลือกแค่โฆษณาที่ราคาถูกที่สุด แต่เลือกที่ให้ Impact สูงสุดตามเป้าหมาย
- Invest in Native Creative: ลงทุนกับงานครีเอทีฟที่ดูเป็นธรรมชาติบนแพลตฟอร์ม
- Measure Holistically: วัดผลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และใช้ข้อมูลระดับ Granular จาก TikTok โดยตรงผ่าน API เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์
ในโลกที่ข้อมูลล้นมือ การเข้าใจ “ทำไม” อยู่เบื้องหลังตัวเลข ROI จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนบน TikTok






