ในโลกธุรกิจและการตลาดที่หมุนเร็วยิ่งกว่าพายุ ความกลัวคือศัตรูตัวฉกาจที่น่ากลัวกว่าคู่แข่งทางการค้าเสียอีก
ย้อนกลับไปในอดีต สัญชาตญาณความกลัวถูกออกแบบมาเพื่อรักษาชีวิตบรรพบุรุษเราจากสัตว์ร้าย แต่ในศตวรรษที่ 21 เสือและสิงโตเหล่านั้นหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความกังวลที่ไม่มีตัวตน ความกลัวที่จะล้มเหลว ความกลัวที่จะไม่ได้รับการยอมรับ หรือความกลัวต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นกรงขังที่มองไม่เห็น ซึ่งกัดกินศักยภาพในการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ของเราไปอย่างน่าเสียดาย
วันนี้ Thumbsup หยิบหนังสือ The 50th Law ที่เขียนร่วมกันโดย 50 Cent แรปเปอร์ผู้ผ่านความเป็นความตายมาแล้ว และ Robert Greene เจ้าพ่อหนังสือกลยุทธ์ และผู้เขียน The 48 Laws of Power มาสรุปเป็น 10 กฎเหล็กที่จะเปลี่ยน Mindset ของคุณจาก ผู้ถูกล่า ให้กลายเป็น ผู้ล่า ในสมรภูมิธุรกิจ
50 Cent เติบโตมาในย่าน Southside Queens ที่โหดร้าย เขาเรียนรู้ว่าคนที่รอดไม่ใช่คนที่แข็งแรงที่สุด แต่เป็นคนที่ กลัวน้อยที่สุด เมื่อเราตัดความกลัวออกไป เราจะมองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองข้าม และนี่คือ 10 กฎที่จะพาคุณไปสู่จุดนั้น

1. มองโลกตามความเป็นจริง
นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจจำนวนมากมักตกหลุมพรางของการหลอกตัวเอง เรามักมองข้ามข้อมูลที่เป็นลบ หรือพยายามหาข้ออ้างให้กับยอดขายที่ตกต่ำ เพียงเพราะความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าจะรับไหว
กฎข้อแรกบอกให้เราเลิกหนีความจริง การมองโลกแบบโลกสวยมากเกินไปในธุรกิจคือยาพิษ คุณต้องกล้ามองเห็นความจริงไม่ว่ามันจะอัปลักษณ์แค่ไหน เพื่อนร่วมงานที่กำลังแทงข้างหลัง? คู่แข่งที่กำลังจะแซงหน้า? ยอมรับมันซะ เพราะเมื่อคุณยอมรับความจริง คุณถึงจะเริ่มวางแผนรับมือมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมองโลกตามจริงจะทำให้จิตใจคุณแข็งแกร่งและตัดสินใจได้เฉียบคมขึ้น
2. สร้างอิสรภาพด้วยตัวเอง
เราถูกสอนมาให้พึ่งพาคนอื่นตั้งแต่เด็ก พึ่งพ่อแม่ พึ่งครู และเมื่อโตขึ้นเราก็พึ่งพาบริษัทหรือหัวหน้างานเพื่อความมั่นคง แต่นั่นคือกับดัก ความมั่นคงที่แท้จริงต้องมาจากภายใน
ในยุคที่ไม่มีงานไหนการันตีความมั่นคงถาวร Mindset ของการเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองจึงสำคัญที่สุด อย่ารอให้ใครมาป้อนโอกาส หรือรอให้เจ้านายมาบอกว่าคุณเก่ง จงสร้างทักษะ สร้างคอนเนกชัน และสร้างคุณค่าในตัวเองจนคุณไม่ต้องง้อใคร การเป็นอิสระทางความคิดจะทำให้คุณกล้าเสี่ยงและสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดออกมา
3. พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ล้มเหลว คือมุมมองต่ออุปสรรค คนส่วนใหญ่เมื่อเจอวิกฤตจะมองว่าเป็นหายนะ แต่คนจริงจะมองว่านี่คือวัตถุดิบชั้นดีในการสร้างสิ่งใหม่
50 Cent เปรียบสิ่งนี้เหมือนการเล่นแร่แปรธาตุ เปลี่ยนสิ่งไร้ค่าให้เป็นทองคำ ในโลกธุรกิจถ้าคุณไม่มีทุน นั่นอาจเป็นข้อดีที่ทำให้คุณต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคู่แข่งที่มีเงินถุงเงินถัง จงฉวยโอกาสจากทุกสถานการณ์ เลิกบ่นถึงสิ่งที่ขาด แล้วมองหาสิ่งที่มีอยู่เพื่อใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด
4. ลื่นไหลไปกับการเปลี่ยนแปลง
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในยุค Digital Disruption แผนธุรกิจที่คุณเขียนเมื่อ 6 เดือนที่แล้วอาจใช้ไม่ได้เลยในวันนี้ คนที่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม ๆ คือคนที่รอวันตาย
จงทำตัวเป็นเหมือนน้ำที่ปรับเปลี่ยนรูปร่างไปตามภาชนะ อย่ากลัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่ากลัวแพลตฟอร์มใหม่ ๆ แต่จงวิ่งเข้าหามัน ถ้าคู่แข่งยังยึดติดกับวิธีการเดิม ๆ นั่นคือโอกาสที่คุณจะแซงหน้า ความยืดหยุ่น คือทักษะการเอาตัวรอดที่สำคัญที่สุดในทศวรรษนี้
5. รู้จักใช้ความก้าวร้าว
คำว่าก้าวร้าวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไปหาเรื่องใคร แต่หมายถึงการไม่ยอมคนในเวลาที่จำเป็น สังคมสอนให้เราสุภาพและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง แต่ในโลกธุรกิจ บางครั้งคุณต้องเป็นสิงโตที่แสดงอำนาจเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง หรือบางครั้งต้องเป็นจิ้งจอกที่รู้จักวางแผนซ้อนกล
การรู้จักโต้ตอบหรือยืนหยัดเพื่อจุดยืนของตัวเองจะเรียกความเคารพจากผู้อื่นได้มากกว่าการยอมตามน้ำไปเสียทุกเรื่อง จงจำไว้ว่า ความเกรงใจไม่ใช่บันไดสู่ความสำเร็จเสมอไป
6. สร้างบารมีด้วยการกระทำ
ลืมคำว่า Fake it till you make it ไปได้เลย เพราะในระยะยาว ของปลอมยังไงก็ดูออก การสร้างอำนาจบารมีที่แท้จริงต้องมาจากการลงมือทำ
ถ้าคุณเป็นผู้นำ คุณต้องทำให้ลูกน้องเห็น จงทำงานหนักกว่าใคร มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้นั่งสั่งการอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่คือคนที่ลงไปคลุกฝุ่นและเป็นแบบอย่างให้ทีม การเคารพที่เกิดจากความสามารถจะยั่งยืนกว่าความเคารพที่เกิดจากตำแหน่ง
7. ออกจากกะลา
ความคุ้นเคยคือความสบาย แต่ความสบายคือศัตรูของการเติบโต เรามักชอบขลุกอยู่กับคนที่มีความคิดเหมือนเรา รสนิยมเหมือนเรา เพราะมันปลอดภัย
แต่กฎข้อนี้บอกให้คุณกล้าที่จะพาตัวเองไปอยู่ในสังคมใหม่ ๆ คุยกับคนที่คิดต่าง เรียนรู้วัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย ในมุมของการตลาด นี่คือวิธีเดียวที่คุณจะเข้าใจผู้บริโภคที่หลากหลายและมองเห็นเทรนด์ใหม่ ๆ ก่อนใคร การขยายขอบเขตของตัวเองคือการขยายโอกาสทางธุรกิจ
8. มุ่งสู่ความเป็นเลิศ
ความเบื่อหน่ายคือด่านปราบเซียน คนส่วนใหญ่อยากสำเร็จเร็ว ๆ พอมารู้ว่าต้องฝึกฝนซ้ำ ๆ ก็ถอดใจ แต่ความลับของความสำเร็จระดับโลกคือการยอมรับความน่าเบื่อนั้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเขียนโค้ด นักออกแบบ หรือนักวางกลยุทธ์ จงอดทนฝึกฝนทักษะพื้นฐานจนชำนาญถึงขั้นสัญชาตญาณเมื่อทักษะแม่นยำ คุณจะสามารถพลิกแพลงและสร้างสรรค์ผลงานระดับ Masterpiece ได้ อย่ามองหาทางลัด เพราะทางลัดมักพาไปทางตัน
9. อย่าจำกัดตัวเอง
คุณคือใคร? คำตอบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่บอกว่าคุณเป็นใคร หรือเจ้านายบอกว่าคุณทำได้แค่นี้ แต่มันอยู่ที่ตัวคุณเองกำหนด
อย่าปล่อยให้คำวิจารณ์ หรือความไม่มั่นใจในอดีตมากำหนดอนาคต 50 Cent เชื่อว่าเราสามารถเขียนบทให้ชีวิตตัวเองใหม่ได้เสมอ ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำได้ คุณจะหาหนทางจนเจอ แต่ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำไม่ได้ สมองก็จะปิดรับโอกาสทันที ความเชื่อมั่นในตัวเองคือกุญแจดอกแรกที่จะไขทุกประตู
10. เผชิญหน้ากับความตาย
กฎข้อสุดท้ายและสำคัญที่สุด คือการระลึกถึงความตาย หลายคนกลัวความตายและพยายามไม่นึกถึงมัน แต่การรู้ตัวว่าเวลาเรามีจำกัด คือตัวกระตุ้นที่ดีที่สุด
เมื่อรู้ว่าชีวิตนี้สั้นนัก คุณจะเลิกเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ คุณจะเลิกแคร์ดราม่าในออฟฟิศ และหันมาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ความตายทำให้ชีวิตมีค่า และทำให้เรากล้าที่จะทำตามฝัน เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ วันหน้า
Thumbsup มองว่า การอ่าน The 50th Law ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือ How-to แต่เป็นการปรับจูนทัศนคติครั้งใหญ่ ในยุคที่ AI กำลังจะมาแทนที่งานหลายอย่าง สิ่งเดียวที่ AI เลียนแบบไม่ได้คือ จิตวิญญาณของผู้ที่ไม่ยอมแพ้
ความกลัวเป็นเรื่องปกติ แต่การปล่อยให้ความกลัวมาถือพวงมาลัยชีวิตเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ลองถามตัวเองดูว่า วันนี้มีอะไรที่คุณไม่กล้าทำเพียงเพราะกลัวความล้มเหลวบ้าง? จดมันออกมา แล้วลองใช้กฎ 10 ข้อนี้พุ่งชนมันดู บางทีความสำเร็จที่คุณตามหา อาจซ่อนอยู่หลังความกลัวที่คุณสร้างขึ้นมาเอง
ลองเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ วันนี้เลย เช่น การเสนอไอเดียในที่ประชุมที่คุณไม่เคยกล้าพูด หรือการทักทายคนแปลกหน้าเพื่อสร้างคอนเนกชันใหม่ ๆ เพราะความกล้าก็เหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งใช้ ยิ่งแข็งแกร่ง
อ่านเพิ่มเติม



