ในฐานะคนทำงานในวงการเอเจนซี่ เราต่างรู้ดีว่าปี 2025 คือยุคที่ Content Supply ล้นตลาด ข้อมูลจาก DataReportal และ Meltwater ระบุว่าปัจจุบัน YouTube ในไทยมีผู้ใช้งานสูงถึง 47.6 ล้านคน และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ YouTube Shorts มียอดการชมทั่วโลกทะลุ 2 แสนล้านครั้งต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 3 เท่าและนี่คือสิ่งที่ต้องทำต่อในปี 2026
ตัวเลขผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลนี้บอกอะไรเรา? มันบอกว่าคนดูพร้อมจะจ่าย “เวลา” ให้กับวิดีโอสั้น แต่ความท้าทายคือ “Faceless Channel” หรือช่องที่ไม่มีใบหน้าครีเอเตอร์ ซึ่งหลายเอเจนซี่ชอบทำเพราะประหยัดงบ Production กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ “ยากขึ้น” เพราะเมื่อคุณไม่มีใบหน้าเป็นใบเบิกทาง คุณต้องใช้ “Data” และ “Psychology” นำทางแทน
เลิกหมกมุ่นกับ Niche แต่ให้จี้ไปที่ ‘Emotional Itch’
เอเจนซี่ไทยหลายแห่งยังติดกับดักการเลือก Niche ตามอุตสาหกรรมลูกค้า เช่น “ช่องขายอาหาร” หรือ “ช่องความงาม” แต่สถิติจาก Statista 2025 พบว่าคอนเทนต์ประเภท Entertainment และ Humor ครองส่วนแบ่งการดูสูงสุดเกือบ 50% ดังนั้น โจทย์ของคุณไม่ใช่การทำช่องให้ “ตรงกลุ่ม” อย่างเดียว แต่ต้อง “โดนใจ” ในเสี้ยววินาที
โดยคลิปที่ไวรัลต้องเน้นไปที่ 4 กลุ่มอารมณ์ คือ Curiosity (ความสงสัย), Superiority (ความรู้สึกเหนือกว่า), Fear (ความกลัว) และ Relief (ความโล่งใจ) หากคุณเป็นเอเจนซี่ที่ดูแลแบรนด์การเงิน แทนที่จะทำคลิป “วิธีออมเงิน” (Niche) ให้เปลี่ยนเป็น “3 สัญญาณพัง! ที่คนออมเงิน 90% ไม่เคยรู้” (Fear/Superiority) การเปลี่ยนมุมมองจาก Niche มาเป็น Emotional Trigger คือสิ่งที่แยก “คนทำคอนเทนต์” ออกจาก “วิศวกรความสนใจ”
กฎ 0.7 วินาที และ Retention Benchmark 2025
ปี 2025 เราไม่ได้คุยกันเรื่อง 3 วินาทีทองคำอีกต่อไป แต่คือ 0.7 วินาที ข้อมูลจาก OpusClip 2025 ยืนยันว่า Shorts ที่มีความยาว 15-30 วินาที จะมีค่าเฉลี่ย Retention หรือการรักษาคนดูได้สูงถึง 80% ซึ่งถือเป็น Sweet Spot ที่เอเจนซี่ควรยึดเป็นมาตรฐาน
วิธีแก้ปัญหา Retention ตก คือการใช้เทคนิค “Cold Open with the Payoff” หรือการโยนบทสรุปที่น่าตกใจใส่หน้าคนดูทันที
- แบบเดิม: “วันนี้เราจะมาดูสถิติ YouTube Shorts กัน” (คนไถหนีทันที)
- แบบ 2026: “2 แสนล้านครั้งต่อวัน! นี่คือสาเหตุที่ Shorts กำลังฆ่า Social อื่นให้ตายสนิท”
Action Step: ลองสังเกตกราฟใน YouTube Studio จุดที่คนกดออก (Drop-off) มักจะอยู่ในช่วง 2 วินาทีแรก ถ้ากราฟของคุณปักหัวลง แสดงว่า Hook ของคุณ “เฉื่อย” เกินไปสำหรับคนยุคปัจจุบัน
Faceless doesn’t mean Personality-less
สถิติจาก AWISEE 2025 ระบุว่าช่อง Faceless ที่ใช้ AI Avatars หรือ AI Voiceovers มีโอกาสเพิ่มค่า Retention ได้ถึง 58% หากมีการปรับจูนให้มีบุคลิกชัดเจน ปัจจุบันครีเอเตอร์กว่า 42% เริ่มใช้เครื่องมือ AI เช่น ElevenLabs ในการสร้างเสียงพากย์
แต่จำไว้ว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ แต่ “กระดูกสันหลัง” คือ Script เอเจนซี่ต้องเลิกเขียนสคริปต์แบบหุ่นยนต์อ่านข่าว แต่ต้องเขียนให้มี “น้ำเสียง” ที่ชัดเจน จะเสียดสี จะจริงจัง หรือจะกวนประสาท ก็ต้องไปให้สุดทาง เพราะในโลกที่ไร้ใบหน้า “เสียงและคำพูด” คือแบรนด์ของคุณ
หัวใจของการ Scale
การทำ Shorts ให้ลูกค้าในระดับเอเจนซี่ คุณจะทำงานแบบศิลปินไม่ได้ แต่ต้องทำงานแบบ “โรงงาน”
- Mining: ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เทรนด์ หาประเด็นที่คนไทยกำลังถกเถียง (Controversy)
- Scripting: สคริปต์ต้องกระชับ ไม่เกิน 60-90 คำ
- Visuals: สถิติระบุว่าวิดีโอที่มีการตัด ทุก 1-1.5 วินาที จะรักษาความสนใจได้ดีกว่าภาพแช่นิ่งถึง 40%
- Testing: อย่าเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง ให้เชื่อ Data จากการทดสอบอัปโหลดแบบ Private เพื่อดูจังหวะ Hook ก่อนปล่อยจริงเสมอ
Iteration over Consistency: อย่าขยันแบบผิดๆ
หลายคนบอกว่า “โพสต์ทุกวันเดี๋ยวก็ปัง” ขอบอกเลยว่านั่นคือความเชื่อที่ล้าสมัยในปี 2025 การโพสต์แบบเดิมซ้ำๆ คือการทำลายช่องตัวเองทีละน้อย การเติบโตที่แท้จริงมาจาก Iteration ที่มีกฎเหล็กว่า “ทุกคลิปใหม่ ต้องทดสอบตัวแปร 1 อย่างเสมอ” เช่น เปลี่ยนสไตล์พาดหัว, เปลี่ยนดนตรีพื้นหลัง หรือเปลี่ยนแนวทางการเล่าเรื่อง การทำแบบนี้จะทำให้เอเจนซี่มี Data สะสมที่แม่นยำกว่าการสุ่มโพสต์ไปเรื่อยๆ โดยหวังพึ่งดวงจากอัลกอริทึม
ปี 2026 นี้ Faceless YouTube Shorts คือสมรภูมิของ “ความเร็ว” และ “ความลึกซึ้งของอารมณ์” เอเจนซี่ที่ชนะไม่ใช่คนที่มี Production อลังการ แต่คือคนที่เข้าใจ “ช่องโหว่ทางจิตวิทยา” ของคนดูที่กำลังเมามายอยู่กับ Dopamine ฟีด
ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของการอัปโหลดคลิปที่มากหรือน้อย แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถ “ขัดจังหวะ” นิ้วที่กำลังไถหน้าจอได้แม่นยำแค่ไหน การทำช่องไร้หน้าคือการทดสอบฝีมือชั้นดีของคนสาย Content Marketing ถ้าคุณทำวิดีโอที่คนดูจนจบได้โดยไม่มีใบหน้าคนสวยหรือคนหล่อมาดึงดูด นั่นแหละคือพิสูจน์แล้วว่า “เนื้อหา” ของคุณมีคุณค่าจริงๆ
อ้างอิงข้อมูลสถิติ:
- Digital 2025: Thailand — DataReportal
- YouTube Shorts Statistics 2025 — AWISEE
- State of Short-Form Video Report 2025 — Metricool / OpusClip





