ในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเสพสื่อมากมายมหาศาล และกว่า 80% มีพฤติกรรมกด Skip โฆษณาออนไลน์ทันทีที่มีโอกาส คำถามสำคัญของนักการตลาดในปี 2026 คือ “เราจะเข้าถึงใจลูกค้าได้อย่างไรในวันที่โลกดิจิทัลเริ่มล้นทะลัก” คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในหน้าจอมือถือเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “โลกข้างนอก” ที่เราใช้ชีวิตกันอยู่ทุกวัน

ล่าสุด MJ (Master Journey) ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อนอกบ้าน (Out-of-Home: OOH) ได้ประกาศรุกตลาดด้วยแนวคิดที่น่าสนใจอย่าง “Journey-Based OOH Specialist” ซึ่งเป็นการประกาศเปลี่ยนผ่านจากยุคการซื้อพื้นที่ตามโลเคชัน (Location-Based Buying) ไปสู่การวางกลยุทธ์ตามเส้นทางชีวิต (Journey-Based Strategy) อย่างเต็มรูปแบบ

  • MJ (Master Journey) เปิดตัวในฐานะผู้เชี่ยวชาญ OOH รายแรกที่เน้นการวางกลยุทธ์ตามเส้นทางชีวิตจริงของผู้บริโภค แทนการขายพื้นที่โฆษณาแบบเดิม
  • Journey-Based Strategy ออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point โฆษณาออนไลน์ที่ถูกมองข้าม (Ad Blindness/Skip) และการวัดผล OOH ที่เคยคลุมเครือ
  • เปิดตัว ExEn (Expert + Engine AI) ซึ่งเป็น Impact Framework ที่เชื่อมโยง “การมองเห็น” (Reach) เข้ากับ “ผลลัพธ์ทางธุรกิจ” (Business Outcome)
  • ชูบทบาท One Strategy Owner รวม Ecosystem ของ OOH ที่เคยกระจัดกระจายให้มาอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์เดียว

ทำไม Location-Based แบบเดิมถึงเริ่ม “เอาไม่อยู่” ในปี 2026?

หากย้อนกลับไปในอดีต การซื้อสื่อนอกบ้านคือการจับจอง “ทำเลทอง” ใครมีป้ายบนทางด่วนหรือสี่แยกใหญ่ย่อมได้เปรียบ แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2026 ซับซ้อนกว่านั้นมาก

คุณวิชิต คุณคงคาพันธ์ Managing Director ของ MJ Master Journey ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ปัญหาใหญ่ของแบรนด์วันนี้คือการซื้อสื่อแบบแยกส่วน (Fragmented/Siloed Buying) แบรนด์ซื้อจอที่สยาม ซื้อป้ายที่รถไฟฟ้า และซื้อป้ายทางด่วนจากคนละเจ้า โดยไม่มี “เส้นด้าย” มาเชื่อมโยงว่าแต่ละจุดสื่อสารนั้นกำลังทำหน้าที่อะไรในใจผู้บริโภค

เขาย้ำว่า “พฤติกรรมการตัดสินใจของผู้คนไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มันมีจังหวะของมัน (Mindset) ตั้งแต่ตื่นนอน เดินไปทำงาน พักเที่ยง จนถึงกลับบ้าน การสื่อสารที่ถูกที่แต่ผิดเวลา หรือถูกเวลาแต่ผิดอารมณ์ ย่อมไม่นำไปสู่ยอดขาย”

Journey-Based OOH เมื่อเส้นทางชีวิต คือเส้นทางสู่ยอดขาย

กลยุทธ์ของ MJ คือการเปลี่ยนสื่อนอกบ้านให้เป็นแกนหลักของแคมเปญ (Core Pillar) โดยออกแบบการสื่อสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเคลื่อนที่ใน 24 ชั่วโมง เพื่อขับเคลื่อน Business Journey ใน 4 ขั้นตอน:

  1. Demand: สร้างความต้องการในจังหวะที่ผู้บริโภคกำลังมองหาโซลูชัน
  2. Consideration: ตอกย้ำข้อมูลในจุดที่ผู้คนมีเวลาพินิจพิจารณา
  3. Decision: กระตุ้นการตัดสินใจในจุดใกล้เคียงจุดขาย
  4. Loyalty: สร้างความผูกพันผ่านประสบการณ์ในพื้นที่จริง

ExEn Framework: ปิดรอยรั่วด้วย Expert และ AI

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ ExEn Framework ซึ่งเป็นการผสานพลังระหว่าง Ex-pert (ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี) และ En-gined AI (ระบบประมวลผลข้อมูลอัจฉริยะ) เพื่อทำให้สื่อนอกบ้านวัดผลได้แม่นยำขึ้น

คุณสมบัติ การซื้อ OOH แบบดั้งเดิม  Journey-Based OOH โดย MJ
เกณฑ์การเลือกสื่อ เน้นทำเล  และจำนวนจอ เน้นเส้นทางชีวิต (Audience Journey)
บทบาทของสื่อ สร้างการรับรู้เท่านั้น เป็น One Strategy Owner ที่มุ่งสู่ Lower-Funnel (ปิดการขาย)
การบริหารจัดการ แยกซื้อตาม Vendor กระจัดกระจาย รวมการทำงานทุก Format ให้เป็นระบบเดียว
ผลลัพธ์ที่ได้ KPI แยกส่วน เชื่อมโยงยอดขายยาก ExEn ช่วยให้เห็นภาพรวมและ Business Outcome

เจาะลึก 3 ย่านเศรษฐกิจบทเรียนจากการ “สะกดรอย” ผู้บริโภค

ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา MJ ได้พาสื่อมวลชนร่วมเดินทางสำรวจ Consumer Journey ในสถานที่จริง เพื่อฉายภาพให้เห็นว่าแต่ละพื้นที่ต้องการกลยุทธ์ที่ต่างกันอย่างไร

1. สยามสแควร์ (Siam Series): จาก Retail Stage สู่ Social Space

ย่านสยามไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นพื้นที่ทางสังคมของ Gen Z ป้ายในย่านนี้ (เช่น Light Poll ที่เข้าถึงคนกว่า 6.4 ล้านคน) ต้องไม่ใช่วิธีการ “ยัดเยียดขาย”

  • Insight: แบรนด์ต้อง Blend-in เข้ากับไลฟ์สไตล์ หากต้องการทำแคมเปญกับแฟนด้อม การใช้พรีเซนเตอร์ที่ตรงใจจะช่วยสร้าง Retention ได้ดีกว่าการประกาศคุณสมบัติสินค้า
  • MBK Landmark: ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่นักท่องเที่ยวจีนต้องมาถ่ายรูป (9.2 ล้าน Eyeball/เดือน) เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างการจดจำระดับ International

2. บรรทัดทอง: พลังแห่งความคุ้มค่าและการ Collab

ย่านที่ร้อนแรงที่สุดในแง่ของ Food & Lifestyle กลยุทธ์ที่นี่ไม่ใช่แค่การวางป้ายให้คนเห็น แต่คือการสร้างการเชื่อมโยงระหว่าง “ความหิว” กับ “แบรนด์”

  • Insight: การทำ OOH ในย่านนี้ควรเน้นการคอลแลป (Collaboration) เพราะจะช่วยลดต้นทุนและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่คัดเลือกที่นี่ไว้ในลิสต์การเดินทางแล้ว

3. เยาวราช: เสน่ห์ที่เข้าถึงกลุ่ม Western

ด้วยปริมาณ 7 ล้าน Eyeball ต่อเดือน เยาวราชเป็นจุดที่สื่อขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่มีบทบาทสำคัญ

  • Insight: แม้แต่ไซต์ก่อสร้างที่มีป้ายโฆษณาติดไว้ตลอดเวลา ก็กลายเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพได้หากวางอยู่ในจุดที่นักท่องเที่ยวเดินผ่านประจำ (ราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนต่อเดือน)

อนาคตของ OOH ในปี 2026 โตสวนกระแส TV

จากตัวเลขคาดการณ์ปี 2026 อุตสาหกรรมโฆษณาไทยกำลังมีการปรับสมดุลครั้งใหญ่

  • อินเทอร์เน็ต: 34,760 ล้านบาท (+5%) – เริ่มโตช้าลงเนื่องจากความหนาแน่นของโฆษณา
  • TV: 29,149 ล้านบาท (-7%) – ยังคงมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
  • OOH: 17,918 ล้านบาท (+15%) – เติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มสื่อดั้งเดิม

คุณหรรษภรณ์ อัศวสกลรัตน์ Head of Sales & Marketing เสริมว่า “OOH ที่ดีไม่ใช่สื่อที่ดังที่สุดหรือราคาถูกที่สุด แต่คือสื่อที่อยู่ ถูกที่ ถูกเวลา และถูกอารมณ์” ซึ่งโมเดลของ MJ สามารถช่วยแบรนด์ลดต้นทุนโฆษณาได้ถึง 10-50% จากการตัดงบที่ซ้ำซ้อนและวางสื่อให้ตรงกับช่วงเวลาตัดสินใจของลูกค้าจริงๆ

การเข้ามาของ MJ Master Journey ในฐานะ One Strategy Owner คือสัญญาณบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ต้องเลิกมอง OOH เป็นเพียง “ของแถม” ในแคมเปญ แต่ต้องมองเป็น “กระดูกสันหลัง” ที่เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะออนไลน์บ่อยแค่ไหน เราทุกคนยังต้องออกเดินทางไปใช้ชีวิตในโลกกว้างอยู่ดี เชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการทำ OOH ที่ไม่ใช่แค่การ “เห็น” แต่เป็นการ “สร้างยอดขาย” ที่วัดผลได้จริง

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: