ภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการชำระเงินดิจิทัลในประเทศไทยกำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อ “ทรูมันนี่” ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์ภายใต้เครือแอสเซนด์ มันนี่ ได้ออกมาประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน PaymentTech อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมที่หลายคนรอคอยอย่าง “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ในงานแถลงข่าว “Tap Forward: Your Everyday Money Companion”

การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของทรูมันนี่ ในฐานะแอปพลิเคชันทางการเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศไทย ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการสร้างความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลของไทยสู่อนาคต

4 ยุทธศาสตร์หลักสู่การเป็นแพลตฟอร์มการเงินอัจฉริยะแห่งอนาคต

นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันการชำระเงินดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว ผู้บริโภคจึงไม่ได้มองหาแค่ “ความสะดวก” แต่ยังคาดหวังบริการที่ “ฉลาด” เข้าใจบริบท และผสานเข้ากับวิถีชีวิตได้แนบเนียนยิ่งขึ้น ทรูมันนี่จึงได้เปิดตัว 4 ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ได้แก่

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1: นวัตกรรมการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ ทรูมันนี่มุ่งยกระดับประสบการณ์การจ่ายเงินในทุกวันให้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ผ่านนวัตกรรมอย่างการแตะจ่าย และการตั้งชำระเงินอัตโนมัติ รวมถึงขยายบริการให้ครอบคลุมทั้งการใช้จ่าย ออม ลงทุน และบริหารจัดการเงินครบจบในแอปเดียว
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2: เชื่อมต่อเครือข่ายพาร์ตเนอร์และอีโคซิสเต็มส์ระดับโลก ปัจจุบันทรูมันนี่มีจุดรับชำระเงินมากกว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ และด้วยความร่วมมือกับ Alipay+ ผู้ใช้จึงสามารถชำระเงินได้ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยมีแผนจะขยายให้ครอบคลุมถึง 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวในเร็วๆ นี้ รวมถึงการเปิดให้ผู้ใช้สามารถแตะจ่ายที่จุดรับชำระในต่างประเทศได้อีกด้วย
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยกระดับความคุ้มค่าผ่าน TrueMoney Coins บริษัทเตรียมยกระดับ TrueMoney Coins ให้เป็น Loyalty Platform ที่ครบครัน ทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ ขยายช่องทางแลกใช้ และเชื่อมต่อกับพันธมิตรในวงกว้าง เพื่อมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4: ขับเคลื่อนด้วย AI และ Data ทรูมันนี่ได้นำเทคโนโลยี AI มาปรับหน้าจอแอปพลิเคชันให้เข้ากับความสนใจของผู้ใช้แต่ละคนโดยอัตโนมัติ พร้อมเปิดตัว “Money Buddy” ผู้ช่วยทางการเงินที่คอยแจ้งเตือนและให้คำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ยังนำ AI มาใช้ในองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและต่อยอดนวัตกรรม

ทลาย Pain Point การสแกน สู่ “แตะจ่าย” ใน 6 วินาที

ไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือการเปิดตัวฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” นายธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด เผยอินไซต์ว่า ปัจจุบันผู้บริโภคยังต้องเผชิญกับความยุ่งยากหลายขั้นตอนกว่าจะชำระเงินสำเร็จ ทั้งการปลดล็อกสมาร์ตโฟน เปิดแอปพลิเคชัน เข้าหน้าชำระเงิน และสแกน QR Code

นวัตกรรมการแตะจ่ายนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่พกสมาร์ตโฟนติดตัวตลอดเวลา โดยช่วยลดขั้นตอนให้สามารถทำรายการสำเร็จได้ในเวลาเพียง 6 วินาที และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นครั้งแรกของไทยที่ผู้บริโภคสามารถแตะจ่ายได้โดยไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต แค่มีแอปทรูมันนี่ก็ทำได้ทันที

2 รูปแบบการแตะจ่าย: ครอบคลุมทั้ง Closed Loop และ Open Loop

ทรูมันนี่ถือเป็นรายแรกของโลกที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถแตะจ่ายได้ทั้งระบบ Closed Loop และ Open Loop ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับ Alipay+ (แพลตฟอร์มดิจิทัลวอลเล็ตของ Ant International) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังตารางด้านล่างนี้:

รูปแบบการแตะจ่าย ระบบ อุปกรณ์ที่รองรับ จุดให้บริการและข้อมูลที่น่าสนใจ
เครื่อง BlueTap Closed Loop ทั้ง iOS และ Android – เครื่องสีส้มพร้อมแท่นวงกลมแสงสีฟ้า

– ให้บริการในเครือข่ายร้านค้าพาร์ตเนอร์

– เปิดให้บริการแล้วที่ 7-Eleven และพันธมิตร

– ตั้งเป้าขยาย 50,000 จุดทั่วประเทศภายใน ก.ย. 69

เครื่อง EDC (Contactless) Open Loop Android (เริ่ม 21 ก.ค. 69) – พัฒนาร่วมกับ Mastercard ผ่านเทคโนโลยี Mastercard Wallet Pay และ Alipay+

– รองรับกว่า 900,000 จุดทั่วไทย และ 150 ล้านจุดใน 220 ประเทศทั่วโลก

ผลลัพธ์เบื้องต้น และแผนบุกระบบขนส่งสาธารณะ

หลังจากเปิดให้บริการแตะจ่ายผ่านเครื่อง BlueTap พบว่ามีผลตอบรับที่น่าสนใจมาก โดยมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 1.5 ล้านคน และมียอดการแตะจ่ายรวมกว่า 5 ล้านครั้ง กลุ่มผู้ใช้หลักคือวัยรุ่นและวัยทำงาน สัดส่วนการใช้งานแบ่งเป็นระบบปฏิบัติการ iOS ถึง 70% และ Android 30% ในมุมของธุรกิจพบว่า ร้านค้าพันธมิตรแห่งหนึ่งมียอดขายจากผู้ใช้ทรูมันนี่เพิ่มขึ้นกว่า 50% และยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้ ก็เพิ่มขึ้นประมาณ 14%

นอกจากร้านค้าปลีกแล้ว ทรูมันนี่ยังมองภาพใหญ่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยขยายนวัตกรรมนี้ไปยังระบบขนส่งสาธารณะ ปัจจุบันผู้ใช้สามารถแตะจ่ายที่เครื่อง EDC บนรถเมล์ ขสมก. กว่า 6,000 คันทั่วกรุงเทพฯ ได้แล้ว และกำลังหารือกับ BEM เพื่อพัฒนาระบบแตะจ่ายที่ทางเข้าสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569

ด้วยฐานผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 35 ล้านรายในไทย การขยับตัวของทรูมันนี่ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นการวางรากฐานสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่แท้จริง ซึ่งน่าจับตามองอย่างยิ่งว่า PaymentTech ของไทยจะเติบโตและเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของเราไปได้ไกลอีกแค่ไหน

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: