ยามที่เราไถฟีดโซเชียลมีเดียแล้วเจอแต่ “ตะกร้าสินค้า” หรือ “ไลฟ์สดขายของ” เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรากำลังอยู่ในยุคทองของ Creator Economy อย่างเต็มตัว จากเดิมที่การสร้างคอนเทนต์อาจเริ่มจาก ‘งานอดิเรก’ แต่วันนี้มันได้กลายเป็น ‘อาชีพ’ ที่ทรงอิทธิพลและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไปแล้ว

วันนี้ Thumbsup จะพาทุกคนไปถอดรหัสข้อมูลชุดล่าสุดจาก SCB EIC ที่วิเคราะห์ทิศทาง “จาก Content สู่ Commerce” ไว้อย่างน่าสนใจ ว่าทำไมระบบนิเวศนี้ถึงหอมหวาน และใครบ้างที่ได้ประโยชน์จากเค้กก้อนนี้

ครีเอเตอร์ไทย 11 ล้านคน กับโอกาสที่ไม่ได้มีแค่ ‘คนดัง’

ปัจจุบันทั่วโลกมีครีเอเตอร์รวมกันมากกว่า 200 ล้านคน ขณะที่ในประเทศไทยเอง ข้อมูลระบุว่ามีครีเอเตอร์อยู่ประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากร สิ่งที่น่าสนใจคือ ‘นิยาม’ ของครีเอเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ดาราหรือเซเลบริตี้อีกต่อไป แต่ถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับตามฐานผู้ติดตาม (Followers)

  1. Celebrity / Mega Influencers (1 ล้านคนขึ้นไป): กลุ่มนี้คือแม่เหล็กดึงดูด Brand Awareness เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการการรับรู้ในวงกว้าง
  2. Macro Influencers (1 แสน – 1 ล้านคน) & Mid-tier Influencers (5 หมื่น – 1 แสนคน): กลุ่มที่เป็นกูรูเฉพาะด้าน เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่อยู่ในขั้นตอน เปรียบเทียบและศึกษาข้อมูลสินค้า
  3. Micro Influencers (1 หมื่น – 5 หมื่นคน) & Nano Influencers (1 พัน – 1 หมื่นคน): แม้ฐานแฟนจะเล็ก แต่มี Conversion สูงมาก เพราะเน้นความจริงใจ (Authenticity) และมีความใกล้ชิดกับผู้ติดตามสูง เหมาะกับการปิดยอดขายโดยตรง

ทำไม Creator Economy ถึงโตกระฉูด?

SCB EIC ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่มาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ:

  • การลดบทบาทสื่อหลัก (Disintermediation): ครีเอเตอร์สามารถเชื่อมต่อกับผู้ชมได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านสถานีโทรทัศน์หรือเอเจนซี่ใหญ่ๆ ทำให้พวกเขามีอิสระในการสร้างสรรค์และควบคุมเนื้อหาเอง
  • ช่องทางรายได้ที่หลากหลาย: ครีเอเตอร์ไม่ได้รอแค่เงินสปอนเซอร์อย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังมีรายได้จาก Subscription, Ads, และที่มาแรงที่สุดคือ Affiliate Marketing
  • AI และเครื่องมืออัจฉริยะ: เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูงทำได้ง่ายขึ้น รวมถึง Algorithm ที่ช่วยกระจายคอนเทนต์ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ

ครีเอเตอร์หาเงินจากไหนในยุค 2026?

หากดูจาก Infographic จะเห็นว่าโมเดลการสร้างรายได้ถูกแบ่งออกเป็น 4 เสาหลัก

ช่องทางสร้างรายได้ รายละเอียดสำคัญ
Sponsorships & Partners การสนับสนุนจากแบรนด์ และการร่วมมือทางธุรกิจระยะยาว
Affiliate Marketers การปักตะกร้าผ่าน TikTok Shop, Shopee, Lazada หรือ YouTube Shopping
Subscriptions ระบบสมาชิกรายเดือนที่มอบคอนเทนต์ Exclusive สร้างรายได้ที่มั่นคง (Recurring Income)
Advertising รายได้จาก In-stream Ads บนแพลตฟอร์มวิดีโอต่างๆ

ครีเอเตอร์แนวไหนคือดาวรุ่ง?

ในระดับโลก Creator Economy คาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยถึง 23% ต่อปี (CAGR 2026-2032) ส่วนในไทยปี 2025 คาดว่าจะโตประมาณ 15% แม้จะดูน้อยกว่าค่าเฉลี่ยโลกเนื่องจากข้อจำกัดด้านภาษาและขนาดตลาด แต่ในแง่ของ Social Commerce และ Live Streaming ไทยถือเป็นระดับแนวหน้า

รูปแบบคอนเทนต์ที่น่าจับตา

  • Video Streaming: ยังคงเป็นรูปแบบที่ประสบความสำเร็จสูงสุด
  • Podcasting: เป็นรูปแบบที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ชอบเสพคอนเทนต์ยาวๆ ระหว่างทำกิจกรรมอื่น และผู้ฟังกลุ่มนี้มักมีความรอยัลตี้ (Loyalty) ต่อครีเอเตอร์สูงมาก

โอกาสของ “ธุรกิจ” และ “ธนาคาร” ในระบบนิเวศนี้

ไม่ใช่แค่ครีเอเตอร์ที่รวยขึ้น แต่ภาคธุรกิจอื่นๆ ก็ได้รับอานิสงส์เช่นกัน

  • Business: แบรนด์สามารถทำการตลาดที่คุ้มค่า วัดผล ROI ได้ชัดเจนว่าครีเอเตอร์คนไหนสร้างยอดขายได้จริง
  • Commercial Bank: นี่คือ Blue Ocean ใหม่ของธนาคาร ตั้งแต่การออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อครีเอเตอร์, ระบบ Escrow Account เพื่อความปลอดภัยในการจ้างงาน, ไปจนถึงบริการที่ปรึกษาทางการเงินและการจัดการภาษีสำหรับฟรีแลนซ์ยุคดิจิทัล

ความท้าทายที่ต้องเจอ: ไม่ใช่ทุกวันที่เป็นวันของเรา

อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ความท้าทายสำคัญคือ ความผันผวนของ Algorithm ที่แพลตฟอร์มสามารถเปลี่ยนกฎเกณฑ์ได้ตลอดเวลา รวมถึงรายได้ที่อาจไม่สม่ำเสมอในช่วงเริ่มต้น ทำให้การบริหารจัดการการเงินเป็นเรื่องสำคัญที่ครีเอเตอร์ยุคใหม่มองข้ามไม่ได้

Creator Economy กำลังเปลี่ยนจาก “เศรษฐกิจความสนใจ” ไปสู่ “เศรษฐกิจความเชื่อมั่น” ใครที่สร้าง Trust ได้แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นครีเอเตอร์รายเล็กหรือรายใหญ่ ก็มีโอกาสคว้าเม็ดเงินในตลาดนี้ได้อย่างยั่งยืน

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: