ภาคธุรกิจไทยต้องเผชิญกับมรสุมความผันผวนของเศรษฐกิจอย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะตลาดที่ชะลอตัวจนทำให้สินค้ากลุ่ม Consumer (B2C) ติดลบถึง 5% แต่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีการพิมพ์อย่าง “เอปสัน” กลับโชว์ฟอร์มแกร่งด้วยตัวเลขการเติบโตของกลุ่ม B2B ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

วันนี้ Thumbsup จะพาไปสำรวจสูตรลับความสำเร็จและกางแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ของเอปสัน ประเทศไทย ภายใต้บังเหียนของ คุณยรรยง มุนีมงคลทร ว่าอะไรคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้แบรนด์มั่นใจตั้งเป้าเติบโตต่ออีก 5% ในปีหน้า

สรุปบทเรียนปี 2568 B2B พยุงพอร์ต ท่ามกลางตลาดระมัดระวัง

คุณยรรยงระบุว่า ในปี 2568 ตลาดได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มตัดสินใจยากขึ้น

  • กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป: เน้นความคุ้มค่าเป็นหลักและมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
  • กลุ่ม SME: เลือกที่จะเลื่อนแผนการลงทุนและยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์เดิม
  • องค์กรขนาดใหญ่: มีกระบวนการจัดซื้อที่นานขึ้น และคัดเลือกเฉพาะโครงการที่จำเป็นต่อภารกิจหลักจริงๆ

แต่ที่น่าสนใจคือ รายได้รวมของเอปสันยังคงทรงตัวได้ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B เป็นเครื่องยนต์หลักที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

  • เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ: เติบโตแรงถึง 40%
  • สแกนเนอร์: เติบโต 25%
  • หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และเครื่องพิมพ์ฉลากสี ColorWorks: เติบโต 20%
  • เครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา: เติบโต 10%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า องค์กรธุรกิจไม่ได้หยุดลงทุน แต่เลือกที่จะลงทุนในโซลูชันที่เพิ่มประสิทธิภาพและคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าเดิม

กลยุทธ์ปี 2569 “Customer Value First” เน้นคุณค่ามากกว่าสงครามราคา

ในปี 2569 เอปสันประกาศขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด “Customer Value First” เพื่อสร้างคุณค่ารวม (Total Value) ผ่านการผสาน 3 ส่วนสำคัญคือ โซลูชัน บริการ และความยั่งยืน  โดยแบ่งการบุกตลาดออกเป็น 2 ขาหลัก

B2C – Defense & Premiumization (รักษากองหลัง ยกระดับพรีเมียม)

ในตลาดผู้บริโภคที่แข่งเดือด เอปสันจะไม่ลงไปเล่นสงครามราคาแบบแลกเลือด แต่จะเน้นรักษาส่วนแบ่งตลาดในจุดที่ตัวเองเป็นผู้นำ และขยับพอร์ตไปสู่สินค้ากลุ่มพรีเมียมที่มีมูลค่าสูงขึ้น

  • สินค้าไฮไลท์: เครื่องพิมพ์ EcoTank รุ่นใหม่ และโปรเจคเตอร์ Lifestudio ซีรี่ส์ (รุ่น Pop และ Flex)
  • จุดขาย: การดึงเทคโนโลยีความบันเทิงระดับโลกอย่าง Google TV และระบบเสียงจาก Bose มาสร้างประสบการณ์ระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

B2B – Acceleration & Expansion (เร่งเครื่องขยายฐานองค์กร)

นี่คือตลาดที่เอปสันเห็นโอกาส S-Curve ใหม่ โดยเน้นไปที่ 3 แกนหลัก

  1. Strengthen Partner: การทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อเข้าถึงลูกค้าองค์กรในหลากอุตสาหกรรม
  2. Vertical Penetration: เจาะลึกรายอุตสาหกรรม (Vertical) เช่น สาธารณสุข การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างโซลูชันที่ตรงโจทย์เฉพาะทาง
  3. Value Creation: ผลักดันให้ลูกค้าเปลี่ยนจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์มาเป็นเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เพื่อลดต้นทุนการถือครอง (TCO) พร้อมลดการใช้พลังงานและขยะไปในตัว

ยกระดับงานบริการสู่ “Operational Excellency”

เอปสันเข้าใจดีว่าสำหรับลูกค้าองค์กร “ความต่อเนื่องของธุรกิจ” คือเรื่องสำคัญที่สุด  จึงได้วางโครงสร้างงานบริการใหม่

  • SLA (Service Level Agreement): กำหนดมาตรฐานการตอบสนองและซ่อมบำรุงที่แม่นยำและรวดเร็ว
  • Service CRM & Smart Routing: นำระบบจัดการเคสแบบเรียลไทม์มาใช้ เพื่อกระจายงานให้ช่างได้อย่างรวดเร็ว
  • เครือข่ายที่แข็งแกร่ง: ปัจจุบันมีศูนย์บริการ 175 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีม On-site Service ที่ครอบคลุม
  • Infrastructure: จัดตั้ง Thailand & Regional Parts Central Hub เพื่อบริหารคลังอะไหล่ให้พร้อมที่สุด ลดเวลารอคอยของลูกค้า

ESG ไม่ใช่แค่การตลาด แต่คือโอกาสทางธุรกิจ

หนึ่งในประเด็นที่ Thumbsup มองว่าเอปสันทำได้โดดเด่นคือการนำเรื่องความยั่งยืน (ESG) มาทำให้เห็นผลจริงในเชิงธุรกิจ เอปสันมองว่าความยั่งยืนคือ “ต้นทุนและโอกาส” ที่ต้องลงทุนร่วมกับลูกค้า

  • นวัตกรรมสีเขียว: เทคโนโลยี Heat-Free ในเครื่องพิมพ์ และระบบรีไซเคิลกระดาษ PaperLab คือตัวอย่างของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ช่วยธุรกิจประหยัดพลังงานได้จริง
  • โครงการเพื่อสังคม: การนำขวดหมึกใช้แล้วกว่า 50,000 ขวด มาผลิตเป็นชุดโต๊ะเรียนบริจาคให้ชุมชนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
  • แคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก”: การสร้าง “The Cooking Shack” กระต๊อบจากพลาสติกใช้แล้วเพื่อเป็นสื่อเรียนรู้เรื่องโลกร้อนให้โรงเรียนในสงขลาและนครปฐม

ก้าวต่อไปของเอปสันในปี 2569 คือการพิสูจน์ว่าในยุคที่เทคโนโลยี AI และ Digital Transformation เข้ามามีบทบาทสำคัญ การสร้างคุณค่าที่แท้จริง (Customer Value) ผ่านโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและความยั่งยืน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก

เอปสันไม่ได้เพียงแค่ขายเครื่องพิมพ์หรือโปรเจคเตอร์ แต่กำลังขาย “ความเชื่อมั่น” และ “ทางเลือกที่ยั่งยืน” ให้กับโลกธุรกิจยุคใหม่นั่นเอง

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: