The Mall

ในสมรภูมิ Event Marketing ช่วงสิ้นปีที่ดุเดือดที่สุดของกรุงเทพมหานคร ภาพจำของทุกคนคงหนีไม่พ้นแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือลานหน้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางราชประสงค์ แต่ปีนี้กระดานเกมกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อ ราชินีแห่งวงการรีเทล อย่าง คุณแอ๊ว ศุภลักษณ์ อัมพุช แม่ทัพใหญ่แห่ง The Mall Group และ EM DISTRICT ลุกขึ้นมาประกาศกร้าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ สุขุมวิท จะต้องไม่ใช่แค่ถนนสายเศรษฐกิจหรือย่านรถติด แต่ต้องเป็น Global Countdown Landmark แห่งใหม่ของโลกที่นักท่องเที่ยวต้องปักหมุด

วันนี้ Thumbsup จะพาชาวการตลาดไปเจาะลึกเบื้องหลังโปรเจกต์ยักษ์ EXTRAVAGANZA SUKHUMVIT COUNTDOWN 2026 ที่ไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์ปาร์ตี้ธรรมดา แต่นี่คือการลงทุนด้วยงบกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเขียนภาพจำการท่องเที่ยวไทย และการผนึกกำลังของภาคเอกชนที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ย่านสุขุมวิท

The Mall

Pain Point ท่องเที่ยวไทย เมื่อ “ของเก่า” เริ่มขายไม่ได้ตลอดไป

ศุภลักษณ์ อัมพุช เปิดประเด็นด้วย Pain Point ของการท่องเที่ยวไทยไว้อย่างน่าสนใจว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเราขาย ของเก่า กินมานาน ไม่ว่าจะเป็น วัดวาอาราม ทะเล หรือภูเขา ซึ่งแน่นอนว่าเป็นจุดแข็งที่เราภูมิใจ แต่คำถามสำคัญทางธุรกิจคือ เราจะขายสิ่งเดิมๆ ไปได้อีกนานแค่ไหน?

ในเมื่อคู่แข่งรอบบ้านในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ เวียดนาม หรือแม้แต่ซาอุดีอาระเบีย ต่างเร่งเครื่องสร้าง Man-made Attractions และอีเวนต์ระดับโลกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ “ภูเก็ต พัทยา เรามีธรรมชาติที่สวยงาม แต่ในกรุงเทพฯ ถ้าไม่นับวัดพระแก้ว เราขายอะไร? เราขายไลฟ์สไตล์ ขายอาหาร ขายความบันเทิง” นี่คือสิ่งที่แม่ทัพเดอะมอลล์มองเห็น

การลุกขึ้นมาจัดงาน EXTRAVAGANZA SUKHUMVIT COUNTDOWN 2026 จึงไม่ใช่แค่การจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อความสนุกสนาน แต่คือกลยุทธ์ Destination Branding เพื่อปักหมุดให้ย่านสุขุมวิท (ครอบคลุม อโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ) กลายเป็นย่านแห่งความบันเทิงที่ทั่วโลกต้องจับตามอง เหมือนกับที่ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก เป็นสัญลักษณ์ของโลก ซึ่งหากเรายังไม่มี Landmark ใหม่ ๆ ประเทศไทยอาจจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดนักท่องเที่ยวให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเร่งสร้างแม่เหล็กดึงดูดใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

The Mall

200 ล้านเพื่องานครั้งสำคัญ

ความน่าสนใจของงานนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขงบประมาณเพียงอย่างเดียว แม้จะมีการเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า เฉพาะงบจัดงาน Production และค่าพลุนั้นสูงถึง 200 ล้านบาท และหากรวมงบการตลาด โปรโมชัน และมีเดียทั้งหมด ตัวเลขจะทะลุไปมากกว่านั้นอีก แต่หัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้คือ Collaboration หรือพลังของพันธมิตร

EM DISTRICT เลือกที่จะไม่ฉายเดี่ยว แต่ใช้กลยุทธ์ดึงพันธมิตรภาคเอกชนในย่านสุขุมวิทกว่า 10 องค์กร ทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว อาคารสำนักงานเกรดเอ และผู้ประกอบการรายใหญ่ มาร่วมขบวน ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท, อาคารภิรัชทาวเวอร์, อาคารเอ็กซ์เชนจ์ ทาวเวอร์ และอื่น ๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็น District อย่างแท้จริง

ไฮไลท์สำคัญของงานที่นักการตลาดต้องจับตา

  • Fireworks Extravaganza: การจุดพลุครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่จุดเดียว แต่เป็นการจุดพลุต่อเนื่องยาวนานและครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ทองหล่อ ถึง อโศก โดยใช้ตึกสูงใจกลางสุขุมวิทเป็นฐานยิงพลุ ซึ่งคุณศุภลักษณ์ย้ำว่า นี่คือความท้าทายขั้นสุดในการจัดการ (Operation Excellence) ทั้งเรื่องความปลอดภัย การประสานงานกับตึกต่างๆ และการควบคุมจราจร
  • Entertainment Hub: การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับท็อป ทั้ง J-POP และ T-POP กระจายตัวอยู่ในพื้นที่จัดงาน เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z และนักท่องเที่ยวเอเชีย
  • Economic Impact: คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 150,000 – 200,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก ททท. ที่ระบุว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ (20 ธ.ค. – 1 ม.ค.) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกว่า 1.5 ล้านคน และสร้างรายได้สะพัดกว่า 5.8 หมื่นล้านบาท การมีอีเวนต์ใหญ่ใจกลางสุขุมวิท จะช่วยดึงเม็ดเงินเหล่านี้ให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเมืองได้มหาศาล

The Mall

ก้าวข้ามข้อจำกัด “กฎหมาย” และ “โซนนิ่ง”

ขณะเดียวกันความตรงไปตรงมาของคุณศุภลักษณ์ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะเรื่อง “โซนนิ่งสถานบันเทิง” และ “กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ซึ่งเป็น Pain Point ที่ผู้ประกอบการกลางคืนและธุรกิจท่องเที่ยวแบกรับมานาน

“นักท่องเที่ยวมาเคานต์ดาวน์ มาเฉลิมฉลอง แต่เรามีข้อจำกัดเรื่องเวลาขายแอลกอฮอล์ หรือพื้นที่โซนนิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง”

การที่ EM DISTRICT พยายามผลักดันงานนี้ ส่วนหนึ่งคือการพิสูจน์ให้ภาครัฐเห็นว่า ภาคเอกชนมีความพร้อมในการจัดงานระดับโลก และต้องการการสนับสนุนในด้านกฎระเบียบที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) เพื่อให้ไทยแข่งขันกับเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ใช่แค่เปิดฟรีวีซ่าแต่ไม่มีกิจกรรมรองรับ หรือมีกฎระเบียบที่ขัดแย้งกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

จากสุขุมวิท สู่ Bangkok Mall และอีเวนต์ตลอดปี

นอกจากการปั้นสุขุมวิทแล้ว คุณศุภลักษณ์ยังแย้มถึง Roadmap ในอนาคต โดยเฉพาะบิ๊กโปรเจกต์ต่อไปอย่าง Bangkok Mall ที่จะเริ่มเปิดขายพื้นที่ในช่วงต้นปี 2026 ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะมาเติมเต็ม Ecosystem ของย่านบางนา และเชื่อว่าจะดึงดูดแบรนด์ร้านค้าใหม่ ๆ เข้ามาอีกเพียบ

รวมถึงแผนระยะยาวในการสร้าง Signature Events ตามเทศกาลต่า งๆ ตลอดปี ไม่ใช่แค่ปีใหม่ แต่รวมถึง ตรุษจีน สงกรานต์ งานแฟชั่น งานดอกไม้ และงานศิลปะ เพื่อเลี้ยงกระแส และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาซ้ำ โดยไม่ต้องรอแค่ช่วง High Season

Thumbsup มองว่า งาน EXTRAVAGANZA SUKHUMVIT COUNTDOWN 2026 ไม่ใช่แค่ชัยชนะของ EM DISTRICT หรือกลุ่มเดอะมอลล์ แต่เป็น Case Study สำคัญของการ ลุกขึ้นมาทำ ของภาคเอกชนไทย ที่ไม่รอความชัดเจนจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ความร่วมมือเพื่อสร้างอำนาจต่อรองและสร้าง Impact ทางเศรษฐกิจจริง

การกระจายตัวของงานเคานต์ดาวน์มาที่สุขุมวิท จะช่วยลดความแออัดจากพื้นที่เดิมๆ อย่างราชประสงค์หรือไอคอนสยาม และเป็นการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในวงกว้างขึ้น ตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ดไปจนถึงโรงแรมหรู หากโมเดลนี้สำเร็จ เราอาจได้เห็น สุขุมวิทโมเดล ถูกนำไปใช้กับย่านอื่น ๆ หรือเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ในอนาคต

แต่โจทย์ใหญ่ที่ยังต้องจับตาคือ การบริหารจัดการพื้นที่จราจร และการดูแลความปลอดภัยในระดับมวลชน บนถนนที่ขึ้นชื่อว่ารถติดที่สุดเส้นหนึ่งของโลก รวมถึงการบริหารจัดการเสียง เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมย่านนั้น หากผ่านจุดนี้ไปได้ สุขุมวิท จะไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่จะเป็น The Place to Be ของโลกอย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: