ในโลกที่ “ยอด View” กลายเป็น “ยอดเงิน” อาชีพ YouTuber, Influencer หรือ Reviewer ไม่ใช่แค่การทำงานอดิเรกอีกต่อไป แต่คือธุรกิจเต็มตัว และแน่นอนว่าเมื่อเป็นธุรกิจ “ภาษี” คือ Rule of Law ที่เลี่ยงไม่ได้

หลายคนอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “สรรพากร AI เก่งขึ้นทุกวัน” ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะปัจจุบันระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินนั้นเข้มข้นมาก วันนี้ Thumbsup จะพาไปกะเทาะเปลือกภาษีชาว Influencer ให้จบในที่เดียว

รายได้ของคุณมาจากไหน? (Income Sources)

สรรพากรไม่ได้มองแค่ว่าคุณทำคลิปเก่งไหม แต่มองว่า “เงินโอนเข้า” มาจากประเภทไหน ซึ่งหลักๆ แบ่งได้ดังนี้

  • Revenue Sharing: ค่าโฆษณาจาก Platform (YouTube, TikTok, Facebook) หรือระบบ Membership
  • Sponsorship: ค่าจ้างรีวิวสินค้า/บริการ (Branded Content)
  • Appearance Fee: ค่าตัวจากการไปออกอีเวนต์ หรือโชว์ตัว
  • Social Commerce: การขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง หรือ Affiliate Marketing

ถอดรหัสประเภทเงินได้ (Tax Categories)

การระบุประเภทเงินได้ผิด ชีวิตเปลี่ยนทันทีครับ เพราะแต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน

  • มาตรา 40(2): รับจ้างทั่วไป (ตัวคนเดียว ไม่มีลูกน้อง ไม่มีออฟฟิศ) หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  • มาตรา 40(8): เงินได้จากการพาณิชย์/การแสดง (มีทีมงาน มีค่าเช่าสตูดิโอ หรือเป็นการแสดงเพื่อบันเทิง) หักได้ตามจริง หรือเหมาตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด

การจัดการต้นทุนที่แตกต่าง

  • Influencer สาย Solo: ทำเอง ตัดเอง ลงเอง มักถูกจัดอยู่ใน 40(2)
  • Influencer สาย Production: มีตากล้อง มีช่างหน้าผม มีค่าพร็อพ แบบนี้ควรยื่น 40(8) เพราะหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้คุ้มกว่า (แต่ต้องเก็บใบเสร็จให้ครบนะ!)
  • สาย Event/นักแสดง: หากเป็นการโชว์ตัวเพื่อความบันเทิง สรรพากรใจดีให้หักแบบเหมา 60% สำหรับ 3 แสนแรก และ 40% สำหรับส่วนที่เกิน (รวมกันไม่เกิน 6 แสนบาท)

 

สูตรคำนวณที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

การคำนวณภาษีมี 2 วิธี และเราต้องจ่ายตาม “วิธีที่ยอดภาษีสูงกว่า”

  1. วิธีเงินได้สุทธิ: (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี (5% – 35%)
  2. วิธีเหมา (หากมีรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1.2 แสน): รายได้รวม x 0.5%

Thumbsup Note: ถ้าคำนวณวิธีที่ 2 แล้วได้ไม่เกิน 5,000 บาท สรรพากรใจดีให้ยกเว้นไปจ่ายตามวิธีที่ 1 ได้เลย

วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

การเป็น Creator คือการบริหารจัดการเงินสด (Cash Flow) บางช่วงงานเยอะเงินล้น บางช่วงเงียบเหงา การมี “เงินสำรอง” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และควรวางแผนทางการเงินกันให้ดี

 

ที่มา

กรมสรรพากร

CIMB Thai

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: