การลงทุนที่ความผันผวนกลายเป็น “New Normal” การก้าวเดินอย่างระมัดระวังพร้อมข้อมูลที่แม่นยำคือหัวใจสำคัญ สัปดาห์นี้ Krungthai CIO (Chief Investment Office) ได้กางพิมพ์เขียวการลงทุนระหว่างวันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2569 ไว้อย่างน่าสนใจ ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องการทำกำไรจาก AI และแรงกระเพื่อมจากการเมืองโลกที่ส่งผลต่อกระเป๋าเงินของนักลงทุนทั่วโลก
AI Monetization บทพิสูจน์ “ของจริง” หรือ “แค่กระแส”
ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดหุ้นโลกตอนนี้หนีไม่พ้นกลุ่มเทคโนโลยี เรากำลังเห็นปรากฏการณ์ที่เหล่า Big Tech เร่งอัดฉีดงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไม่หยุดยั้ง แต่ในความร้อนแรงนั้นกลับมี “ความกังวล” แทรกซึมอยู่
Krungthai CIO วิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นโลกเพิ่งเผชิญกับแรงขายเพื่อลดความเสี่ยง (Risk-off) โดยเฉพาะในกลุ่มซอฟต์แวร์ สาเหตุหลักมาจากความไม่ชัดเจนว่า งบลงทุนมหาศาลที่ลงไปนั้นจะสามารถ “Monetization” หรือเปลี่ยนเป็นกำไรกลับมาได้เร็วแค่ไหนในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็น “โอกาส” สำหรับผู้ที่มองเห็นโครงสร้างส่วนล่าง Krungthai CIO มองว่าความต้องการ AI คืออุปสงค์เชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง (Structural Demand) กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์เต็ม ๆ ในระลอกนี้ คือ
- Semiconductors & Hardware: หัวใจหลักของการประมวลผล
- Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) ที่ต้องรองรับการใช้พลังงานมหาศาลของ Data Center
สัญญาณฟื้นตัวของไทยและญี่ปุ่น
ข้ามกลับมาที่ฝั่งเอเชีย เราเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จากความชัดเจนทางการเมือง
ประเทศไทย: หลังผ่านพ้นการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มกลับมา ตลาดหุ้นไทยขยับตัวดีขึ้นในระยะสั้นจากความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
- Sector ที่น่าจับตา: กลุ่มค้าปลีกและอุตสาหกรรมก่อสร้างคือผู้รับอานิสงส์โดยตรง
- ค่าเงิน: ความเชื่อมั่นนี้ยังเป็นแรงส่งให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกด้วย
ประเทศญี่ปุ่น: พรรค LDP คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างขาดลอย สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องจับตาดูเรื่องวินัยการคลังและความผันผวนของค่าเงินเยนที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในระยะต่อไป
พายุลูกใหม่จาก Fed การมาของ Kevin Warsh?
ในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดการเงินกำลังเผชิญกับความผันผวนจากการคาดการณ์ตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ ชื่อของ Kevin Warsh ถูกหยิบยกขึ้นมาและสร้างความตื่นตัวไม่น้อย เนื่องจากมุมมองที่อาจนำไปสู่ทิศทางนโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) มากขึ้น
ถึงกระนั้น Krungthai CIO ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกยังมีความยืดหยุ่น (Resilience) สูง ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังออกมาดีกว่าที่คาด ช่วยประคองบรรยากาศการลงทุนไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไป

กลยุทธ์ “Barbell Strategy” รุกอย่างมีชั้นเชิง รับอย่างมีวินัย
เมื่อตลาดอยู่ในภาวะ “Healthy Correction” หรือการปรับฐานเพื่อสร้างสมดุลใหม่ Krungthai CIO จึงแนะนำกลยุทธ์ Barbell Strategy เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไร
ฝั่งความปลอดภัย (Defensive)
- Healthcare: กลุ่มที่ทนทานต่อสภาพเศรษฐกิจ
- Technology: เลือกตัวที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง
- European Banks: กลุ่มธนาคารในยุโรปที่ยังมีความแข็งแกร่ง
- Gold (ทองคำ): สินทรัพย์ปลอดภัยที่ “ต้องมี” ไว้ในพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์
ฝั่งการเติบโต (Growth)
- India & Vietnam: ตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและน่าเพิ่มน้ำหนักการลงทุน
หัวใจของการลงทุนในสัปดาห์นี้คือ “วินัย” การกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีพื้นฐานดีจะช่วยให้นักลงทุนก้าวข้ามความผันผวนนี้ไปได้ อย่าตกใจกับการปรับฐาน แต่จงใช้มันเป็นโอกาสในการจัดพอร์ตใหม่เพื่อรองรับการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) ที่กำลังเกิดขึ้น




