ปี 2026 ไม่ใช่ปีของการ “ลองผิดลองถูก” แต่เป็นปีของการ “เอาตัวรอด” ในสมรภูมิที่ซับซ้อนขึ้น หรือที่เราอาจเรียกว่าเป็น E-Commerce Hard Mode ตัวเลขการเติบโตที่เคยพุ่งทะยานระดับ Double Digit เริ่มชะลอตัวลง (Stabilized) สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงเสียดฟ้า และเทคโนโลยี AI ที่เริ่มเข้ามาแย่งงาน (และช่วยงาน) มนุษย์
วันนี้ Thumbsup จะพาไปแกะรหัสสำคัญจาก Session ของ คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO & Co-Founder ของ Priceza ฉายภาพอนาคตผ่านแนวคิด “Commerce OS” และ 5 ปัจจัยชี้วัดความเป็นความตายของธุรกิจในปีนี้
ถอดรหัส 5 Drivers: สิ่งที่ผู้บริโภคไทยปี 2026 “ขาดไม่ได้”
จากภาพสไลด์ Thai Consumer’s 5 Online Purchase Drivers 2026 เราเห็นการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาของผู้บริโภคที่น่าสนใจมาก เดิมทีเรามักคิดว่า “ของถูก” คือพระเจ้า แต่ในปี 2026 สมการมันซับซ้อนกว่านั้น Priceza สรุปออกมาเป็น 5 วงกลมหลากสีที่สะท้อนความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม
- ราคาดี (Good Price) & ครบดี (Good Selection): สองวงกลมนี้ยังคงถูกครอบครองโดย Marketplace ยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee และ Lazada ผู้บริโภคเข้ามาที่นี่เมื่อต้องการ “เปรียบเทียบราคา” และต้องการความมั่นใจว่า “มีของแน่นอน” นี่คือพื้นฐานที่แบรนด์ทิ้งไม่ได้ แต่จะสู้ด้วยราคาอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป
- คุณภาพดี (Good Quality): เมื่อต้องการความน่าเชื่อถือ รีวิวที่วางใจได้ และการคืนสินค้าที่ง่าย LazMall และ Shopee Mall คือคำตอบ ตรงนี้สะท้อนว่า Branding ยังคงสำคัญมากในการสร้าง Trust
- ส่งเร็วดี (Speed): นี่คือพฤติกรรมใหม่ที่ถูกสปอยล์โดย Quick Commerce วงกลมสีม่วงนี้เป็นพื้นที่ของ LINE MAN, Grab, Lotus’s, Makro PRO และ 7-Delivery ผู้บริโภคยุค 2026 มีความอดทนต่ำมาก หากสินค้าของคุณเป็นของกินของใช้ (FMCG) การส่งพรุ่งนี้อาจหมายถึง “ช้าไป”
- สนุกดี (Fun): วงกลมสีเขียวขวาสุดที่ใหญ่และโดดเด่น คือ TikTok คำว่า “Shoppertainment” กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ คนไม่ได้เข้าแอปฯ มาเพื่อซื้อ แต่เข้ามาเพื่อเสพคอนเทนต์ แล้วการซื้อคือผลพลอยได้ (Impulse Purchase)
ดังนั้น แบรนด์ต้องถามตัวเองว่า สินค้าของคุณตอบโจทย์ Driver ไหน? ถ้าขายความสนุก คุณต้องไป TikTok แต่ถ้าขายความด่วน คุณต้องไปอยู่บนแอปฯ Delivery การพยายามขายทุกที่ด้วย Message เดียวกัน จะไม่เวิร์กอีกต่อไป
สมการใหม่แห่งรายได้: 3C และการเติบโตของ Video Commerce
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าตกใจคือสัดส่วนของ Video Commerce + Live Commerce ที่พุ่งขึ้นมาแตะระดับ 25% ของตลาด แม้ Marketplace Commerce จะยังกินสัดส่วนใหญ่สุด (สีเหลือง) แต่พื้นที่สีม่วงและส้มกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
คุณธนาวัฒน์ นำเสนอโมเดล “3C to Drive Creator Commerce” ซึ่งอธิบายกลไกการสร้าง Demand ยุคใหม่
- Creators (Supply): คนสร้างสรรค์คือต้นน้ำ ไม่ใช่โรงงานอีกต่อไป
- Contents: สื่อกลางที่ทำหน้าที่ป้ายยา
- Commerce: การปิดการขายที่ต้องลื่นไหล
ในอดีต Demand เกิดจากความ “อยากได้” แล้วไป “ค้นหา” (Search-based) แต่ปัจจุบัน Demand ถูก “สร้างขึ้น” ผ่านคอนเทนต์ (Discovery-based) โดยเฉพาะ Short Video สิ่งที่น่าสนใจคือ Instant Commerce และ Chat Commerce ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในไทย สะท้อนว่าคนไทยยังชอบ “คุยก่อนซื้อ”

สงครามจิ๊กซอว์โลจิสติกส์จบลงแล้ว (Market Stabilized)
ใครที่หวังจะเห็นสงครามราคาค่าส่งเพื่อดึงดูดร้านค้า อาจจะต้องผิดหวังครับ จากข้อมูล E-commerce logistic market share แสดงให้เห็นว่าตลาดขนส่งพัสดุในไทยเริ่มนิ่ง (Stabilized) แล้ว
- ผู้เล่นหลักอย่าง J&T Express และ SPX Express ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด โดยเฉพาะ SPX ที่เติบโตขึ้นมาจากการเป็นแขนขาของ Shopee
- Kerry (หรือ KEX เดิม) และ Flash Express ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญ แต่กราฟส่วนแบ่งเริ่มคงที่
เมื่อตลาดนิ่ง แพลตฟอร์มขนส่งจะเลิกทุ่มงบอุดหนุนค่าส่ง (Subsidize) แบรนด์และผู้ขายต้องแบกรับต้นทุน Logistic ที่แท้จริงมากขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมการบริหารจัดการหลังบ้านจึงสำคัญยิ่งชีพ
Commerce OS: หัวใจสำคัญของการ “รวมศูนย์” เพื่อความอยู่รอด
มาถึงไฮไลต์สำคัญที่สุดของงาน สไลด์ Commerce OS คือคำตอบของทุกปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น
ในเมื่อเราต้องขายทั้งบน Marketplace (3P), เว็บไซต์ตัวเอง (1P), หน้าร้าน (Offline) และ Social Media การบริหารแยกส่วน (Silo) คือหายนะของต้นทุน Priceza เสนอแนวคิด Commerce OS: Managing All Commerce Channels as One Operating System
ระบบนี้คือการใช้ “สมองกลาง” ชุดเดียวในการบริหารจัดการ
- Customer Data: รู้จักลูกค้าคนเดิม ไม่ว่าจะทักมาจากช่องทางไหน
- Order Management: สต็อกตัดจากถังกลาง ลดโอกาสของขาดหรือของจม
- Search & Display / Social Video: ควบคุมสื่อโฆษณาและการมองเห็นจากจุดเดียว
- Agentic Commerce: (จุดนี้น่าสนใจมาก) การเตรียมพร้อมสำหรับยุคที่ AI Agents จะเข้ามาเป็นคนซื้อของแทนมนุษย์ ระบบ Commerce OS จะต้องสามารถส่งข้อมูลสินค้า (Structured Data) ให้ AI ของลูกค้า “อ่านรู้เรื่อง” และตัดสินใจซื้อได้ทันที
การมี Commerce OS ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “ไฟลท์บังคับ” สำหรับแบรนด์ที่ต้องการกำไร บรรทัดสุดท้าย (Net Profit) ไม่ใช่แค่ยอดขาย (GMV)

จากการประมวลข้อมูลทั้งหมดในงาน ECOM TALK 2026 มองเห็น 3 คีย์เวิร์ดที่จะกำหนดทิศทางธุรกิจในปีนี้
- Fragmentation is the Enemy: การมีช่องทางขายเยอะเป็นเรื่องดี แต่การบริหารที่กระจัดกระจายคือศัตรู แบรนด์ที่ชนะไม่ใช่แบรนด์ที่ขยายเร็วที่สุด แต่คือแบรนด์ที่ “จัดระเบียบ” ได้ดีที่สุดผ่านระบบ Commerce OS
- Entertainment is the new Catalogue: ถ้าคุณขายของโดยไม่มีคอนเทนต์วิดีโอ หรือไม่มีความ “สนุก” (Fun Driver) คุณกำลังสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ถึง 25% ของตลาด
- Prepare for AI Agents: วันนี้เราทำ SEO ให้คนค้นหา แต่พรุ่งนี้เราต้องทำ Optimization ให้ AI ค้นหา การเตรียมข้อมูลสินค้าให้เป็นระบบ (Data Structure) คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคต
อีคอมเมิร์ซไทยปี 2026 อาจดูเหมือนยากขึ้น คู่แข่งเยอะขึ้น และมาร์จิ้นบางลง แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ สำหรับ “นักเรียนการตลาดตลอดชีวิต” อย่างพวกเรา การปรับตัวไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ แต่ความไม่รู้น่างงงวยกว่า
สิ่งที่น่ากลัวกว่าคู่แข่ง คือการที่เรายังทำธุรกิจแบบเดิมในวันที่โลกหมุนไปเป็น Commerce OS แล้ว ลองกลับไปสำรวจหลังบ้านของคุณดู ว่าวันนี้ระบบต่างๆ ของคุณ “คุยภาษาเดียวกัน” หรือยัง? เพราะถ้ายังเป็นปี 2026 อาจจะเป็นปีที่เหนื่อยมากๆ สำหรับคุณ


