หมดยุคที่ครีเอเตอร์ต้องคอยตอบคอมเมนต์ว่า “ขอลิงก์ที่ DM หน่อยครับ/ค่ะ” อีกต่อไป เมื่อเส้นทางของการค้นพบสินค้าและการตัดสินใจซื้อ ถูกย่อให้เหลือเพียงไม่กี่คลิก

Shopee ได้จับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการกับ Meta เปิดตัวโปรแกรม Affiliate Partnership บน Instagram ในประเทศไทย พร้อมขยายบริการสู่ไต้หวัน บราซิล และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็น Game Changer ที่ต่อยอดความสำเร็จจากโปรแกรมบน Facebook ในปี 2568 (ที่สร้างสถิติดึงดูดครีเอเตอร์ทั่วโลกกว่า 5 ล้านคนให้เชื่อมต่อบัญชีภายในเดือนมีนาคม 2569 โดย 50% เป็นผู้ที่ไม่เคยทำ Shopee Affiliate มาก่อน) บทความนี้ Thumbsup จะพาไปเจาะลึกแบบ Step-by-Step ทั้งในมุมของ “ครีเอเตอร์” ที่ต้องการเปลี่ยนคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ให้เป็นรายได้ และในมุมของ “แบรนด์/ผู้ขาย” ที่ต้องการคว้าโอกาสจากกลุ่มลูกค้าที่พร้อมซื้อบน Instagram

ทำไม IG Affiliate ถึงเป็น Game Changer ของระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซ?

ก่อนจะไปดูวิธีการใช้งาน ลองมาวิเคราะห์ความต่างระหว่างระบบ Affiliate แบบเดิม กับระบบใหม่ที่ Shopee และ Meta ผสานเข้าด้วยกัน

มิติการใช้งาน การทำ Affiliate แบบเดิม (พึ่งพา DM/Link in Bio) IG Affiliate แบบใหม่ (Shopee x Meta Integration)
ประสบการณ์ผู้บริโภค ต้องทักแชตเพื่อขอลิงก์ หรือออกจากแอปฯ ไปหน้า Bio ทำให้เกิดจุดสะดุด

เห็นสินค้าบน Reels/Feed กดที่ไอคอนชอปปิงและเลือกซื้อบน Shopee ได้ทันทีอย่างไร้รอยต่อ

การนำเสนอสินค้า แปะลิงก์ได้จำกัด หรือต้องทำรหัสคำสั่งในคอมเมนต์

สามารถแท็กและนำเสนอสินค้าได้ หลายรายการในคอนเทนต์เดียว พร้อมป้ายกำกับชัดเจน

ความน่าเชื่อถือ ผู้บริโภคอาจไม่มั่นใจว่าเป็นลิงก์จริงหรือลิงก์สแปม

มีไอคอนชอปปิงและป้ายกำกับ “เข้าเกณฑ์รับค่าคอมมิชชัน” รับรองโดยระบบ

4 สเต็ปเปลี่ยน Reels และ Feed ให้เป็นค่าคอมมิชชัน

สำหรับครีเอเตอร์ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขในประเทศไทยและประเทศที่เปิดให้บริการ คุณสามารถเริ่มต้นสร้างรายได้ผ่านค่าคอมมิชชันได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนต่อไปนี้:

เตรียมบัญชีให้พร้อม และทำการเชื่อมต่อ

  • เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัญชี Instagram ของคุณเป็น บัญชีมืออาชีพ

  • ทำการเชื่อมต่อบัญชี Shopee Affiliate เข้ากับบัญชี Instagram ของคุณ ซึ่งระบบถูกออกแบบมาให้เชื่อมโยงข้อมูลกันได้อย่างไร้รอยต่อ

  • Note: ข้อมูลการเชื่อมต่อและกิจกรรม Affiliate จะถูกประมวลผลอย่างปลอดภัยตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยคุณสามารถควบคุมบัญชีที่เชื่อมต่อได้ตลอดเวลา

ค้นพบและเลือกสรรสินค้า

  • เมื่อเชื่อมต่อบัญชีสำเร็จ คุณสามารถเข้าไปค้นหาและเลือกสินค้า Affiliate จากคลังสินค้าที่หลากหลายของ Shopee เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการเล่าเรื่องของคุณ

  • ควรเลือกสินค้าที่ตอบโจทย์และตรงกับความสนใจของผู้ติดตาม เพื่อให้คอนเทนต์ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุด

สร้างสรรค์คอนเทนต์และติดแท็กสินค้า

  • ถ่ายทำและตัดต่อคอนเทนต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสั้นบน Reels หรือภาพโพสต์บน Feed

  • ในขั้นตอนการโพสต์ คุณสามารถ นำเสนอสินค้าหลายรายการได้ในคอนเทนต์เดียว โดยการแท็กสินค้าเหล่านั้นลงในโพสต์

  • ระบบจะแสดงไอคอนชอปปิง พร้อมป้ายกำกับ “เข้าเกณฑ์รับค่าคอมมิชชัน” ขึ้นบนคอนเทนต์ของคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ผู้ชมเห็นรายการสินค้าได้อย่างชัดเจนและโปร่งใส

รับค่าคอมมิชชันเมื่อเกิดการซื้อสำเร็จ

  • เมื่อผู้ติดตามชมคอนเทนต์ กดที่แท็กสินค้า และดำเนินประสบการณ์ชอปปิงที่ต่อเนื่องไปจนถึงขั้นตอนการชำระเงินบนแอปพลิเคชัน Shopee

  • คุณจะได้รับค่าคอมมิชชันทันทีเมื่อผู้ชมทำการสั่งซื้อสินค้าที่เข้าร่วมรายการจนสำเร็จตามเงื่อนไข

ทำคอนเทนต์อย่างไรให้ได้ทั้งใจผู้ติดตามและได้ทั้งรายได้?

หลายคนอาจกังวลว่าการทำ Affiliate จะทำให้คอนเทนต์ดูเหมือน “งานขาย” มากเกินไปหรือไม่? จากสัญญาณการตอบรับเบื้องต้นบน Instagram Reels พบว่าครีเอเตอร์ในหลายประเทศต่างประสบความสำเร็จในการใช้วิดีโอสั้นเพื่อรีวิวสินค้าอย่างจริงใจ

กลยุทธ์สำคัญสำหรับครีเอเตอร์

  1. เน้นความจริงใจ (Authenticity): รีวิวจากประสบการณ์ใช้งานจริง เล่าเรื่องสไตล์ไลฟ์สไตล์ตามปกติ

  2. ลดขั้นตอนยุ่งยาก (Zero-Friction): ใช้ประโยชน์จากการแท็กบน Reels เพื่อให้ผู้ติดตามกดซื้อได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลารอลิงก์ใน DM

  3. มัดรวมสินค้า (Multi-Product Tagging): หากเป็นคอนเทนต์ประเภท “เปิดกระเป๋า” หรือ “จัดโต๊ะทำงาน” ให้แท็กสินค้าหลายรายการในโพสต์เดียว เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างค่าคอมมิชชัน

สูตรลับจับกลุ่มผู้ซื้อ High-Intent Audiences

ไม่ใช่แค่ครีเอเตอร์เท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่ผู้ขายและแบรนด์บน Shopee ต้องเตรียมตัวรับมือกับโอกาสใหม่นี้เช่นกัน

1. เข้าใจพฤติกรรม High-Intent Audiences บน Instagram

ผู้ใช้งาน Instagram มักจะติดตามครีเอเตอร์เพราะชื่นชอบในไลฟ์สไตล์และรสนิยม เมื่อระบบเปิดทางให้เพิ่มสินค้า Shopee Affiliate ลงใน Reels และ Feed ได้โดยตรง นี่คือโอกาสที่แบรนด์จะเข้าถึง กลุ่มผู้ชมที่มีความสนใจสูงและพร้อมซื้อผ่านคอนเทนต์ในชีวิตประจำวัน

2. เตรียมสินค้าเข้าสู่ระบบ Shopee Affiliate

ผู้ขายควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าของตนเข้าร่วมโปรแกรม Shopee Affiliate และมีค่าคอมมิชชันที่ดึงดูดใจ เพื่อกระตุ้นให้ครีเอเตอร์เลือกนำสินค้าของคุณไปสร้างสรรค์คอนเทนต์และแนะนำต่อ

3. เตรียมพร้อมสำหรับ ‘Affiliate Ads’

อีกหนึ่งฟีเจอร์ระดับกลยุทธ์ที่แบรนด์ต้องจับตา คือโซลูชัน Affiliate Ad ที่ Shopee และ Meta กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบในวงจำกัดในบางประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีแผนขยายเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

วิธีการทำงานของ Affiliate Ads สำหรับแบรนด์

  • ขอความยินยอม: เมื่อคอนเทนต์ของครีเอเตอร์คนไหนได้รับความนิยมหรือสร้างยอดขายได้ดี แบรนด์สามารถขอความยินยอมจากครีเอเตอร์เพื่อนำคอนเทนต์นั้นมาต่อยอด

  • ขยายการเข้าถึงด้วยระบบโฆษณา: แบรนด์นำคอนเทนต์ดังกล่าวมาทำเป็นโฆษณาในรูปแบบ โปรโมชันที่ได้รับการสนับสนุน (Paid Promotion) ซึ่งจะมีการระบุสถานะอย่างชัดเจน

  • ใช้ AI และ Algorithm ของ Meta: ระบบโฆษณาของ Meta จะช่วยนำพาคอนเทนต์นี้ไปหาเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องและมีแนวโน้มจะซื้อสินค้า

  • เพิ่ม ROI: การใช้คอนเทนต์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า “โดนใจผู้ชม” (Proven Content) มายิงโฆษณา จะช่วยเพิ่มทั้งการเข้าถึงและผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่สูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

เช็กความพร้อม! คุณอยู่ในพื้นที่ที่เปิดให้บริการแล้วหรือยัง

ปัจจุบัน โปรแกรม Affiliate Partnership บน Instagram กับ Shopee เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับครีเอเตอร์ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขใน 8 พื้นที่หลัก ได้แก่

  • ประเทศไทย

  • สิงคโปร์

  • มาเลเซีย

  • ไต้หวัน

  • อินโดนีเซีย

  • เวียดนาม

  • ฟิลิปปินส์

  • บราซิล

สำหรับครีเอเตอร์และแบรนด์ที่ต้องการเริ่มต้นศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูข้อมูลเชิงลึกได้ที่เว็บไซต์ และศูนย์ช่วยเหลือของ Instagram

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: