ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลและการแข่งขันที่ไร้พรมแดน สมรภูมิ “อาหารและเครื่องดื่ม” ตลอดจนอุตสาหกรรม FMCG ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องความอร่อยที่ปลายลิ้น หรือสูตรลับก้นครัวอีกต่อไป หากแต่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “Data” นวัตกรรมขั้นสูง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารจัดการซัพพลายเชนแบบเรียลไทม์ และที่สำคัญที่สุดคือ “ประสบการณ์ระดับลึก” ที่แบรนด์สามารถมอบให้กับผู้บริโภคได้
แคมเปญ SPICE UP THAI MICE PROGRAM 2026 ภายใต้ธีม “MICE from Thai Food Future” จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เพื่อพาผู้เข้าร่วมโครงการ TRGN (Thailand Regional Global Network) ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ประกอบการร้านอาหารไทยจากหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ มาสัมผัสศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านประสบการณ์จริงตลอดทั้งโปรแกรม
โดยโปรแกรมนี้ไม่ได้พาผู้เข้าร่วมมาเพียงเพื่อเรียนรู้เรื่องอาหารไทยเท่านั้น แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจ งานไมซ์ระดับโลก มุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมอาหารระดับโลก ที่สอดคล้องกับแนวคิด “MaxiMICE Thailand – From Potential to Exponential” ของประเทศไทย

นอกจากนี้ โปรแกรมนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างโลกธุรกิจ และประสบการณ์ท้องถิ่น เพราะการเดินทางเพื่อธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การประชุมหรือการเจรจาทางการค้าอีกต่อไป แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรม สร้างเครือข่าย และสัมผัสเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านอาหาร วิถีชีวิต และประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น
SPICE UP THAI MICE PROGRAM 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า “อาหารไทย” ไม่ได้เป็นเพียง สินค้าทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการจากทั่วโลก และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านอาหารและ Hospitality ในระดับนานาชาติ
ดึงขุนพล F&B ทั่วภูมิภาค เจาะลึกศักยภาพไทยผ่าน SPICE UP THAI MICE PROGRAM 2026
หัวใจสำคัญของแคมเปญ SPICE UP THAI MICE PROGRAM 2026 ภายใต้ธีม “MICE from Thai Food Future” คือการปักหมุดให้ประเทศไทยเป็น Ultimate Destination สำหรับนักธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร โดยโปรแกรมนี้ได้เชิญกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการ TRGN (Thailand Regional Global Network) ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจ ตัวแทนจำหน่าย และผู้ประกอบการร้านอาหารไทยระดับแนวหน้าจากหลากหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ บินลัดฟ้ามาสัมผัสศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านประสบการณ์จริง (First-hand Experience) ตลอดทั้งโปรแกรม

สิ่งที่น่าสนใจในมุมมองทางธุรกิจคือ โปรแกรมนี้ไม่ได้พาผู้เข้าร่วมมาเพียงเพื่อ “ชิม” หรือเรียนรู้เรื่องอาหารไทยในแบบเดิมๆ แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ ให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ Global Business & Hospitality Hub ที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และซัพพลายเชนที่ครบวงจร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “MaxiMICE Your Convenience” ที่มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์
ในปี 2026 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องประชุมสี่เหลี่ยม หรือการนั่งเจรจาตัวเลขบนโต๊ะอาหารในโรงแรมอีกต่อไป เทรนด์ระดับโลกชี้ให้เห็นว่า นักธุรกิจต้องการ “Bleisure” (Business + Leisure) ที่ผสมผสานการเรียนรู้วัฒนธรรม การสร้างเครือข่ายและการสัมผัสเสน่ห์ของท้องถิ่นผ่านวิถีชีวิต SPICE UP THAI MICE PROGRAM จึงใช้ “อาหารไทย” เป็นตัวจุดประกายในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน

ถอดรหัส 5 โอกาสทองทางธุรกิจจาก Ecosystem อาหารไทย
เพื่อให้เห็นภาพรวมของศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารในไทย โปรแกรมนี้ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม ได้สัมผัสกับบรรยากาศของงานระดับเมกะสเกลอย่าง THAIFEX – Anuga Asia 2026 ซึ่งเป็นเวทีจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
แม้ว่าตัวงานจัดแสดงสินค้าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทริป แต่ภาพสะท้อนที่ผู้ประกอบการกลุ่ม TRGN ได้รับนั้น กลับเผยให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ 5 ประการสำคัญ ที่ซ่อนอยู่ใน Ecosystem ของไทย ได้แก่
- Shortcuts to the Global Market : การมาเยือนไทยคือการเปิดประตูสู่ฐานผู้ผลิตและซัพพลายเออร์คุณภาพสูง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการระดับ SME ไปจนถึง CEO แบรนด์ใหญ่ ได้เจรจาปิดดีลส่งออกแบบ Face-to-Face ในจุดเดียว
- Speed-to-Network : ในโลกธุรกิจปกติ การจะนัดพบซัพพลายเออร์จากหลากหลายประเทศ อาจต้องใช้เวลาหลักเดือน หรือหลักปี แต่การเข้ามาอยู่ใน Ecosystem ของงานจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่ไทย ย่นระยะเวลาทุกอย่างให้เหลือเพียงไม่กี่วัน

- Trend & Innovation Catch-up : ผู้ประกอบการได้อัปเดตเทรนด์แห่งอนาคต เจาะลึกการใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การบริหารจัดการ Food Waste สู่ความยั่งยืนเปิดโอกาสให้แบรนด์ทำ Competitive Analysis ได้ทันที
- Supply Chain Optimization : ประเทศไทยคือศูนย์รวมวัตถุดิบพรีเมียมราคาต้นทาง และมีพื้นที่โชว์โซลูชัน Food Tech ที่สามารถนำไปปรับใช้เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ในระยะยาวได้
- Breaking Silos : การพาทีมผู้บริหารและพนักงานมาร่วมทริปดูงานระดับโลกเช่นนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการ Alignment ทีมงาน เมื่อแผนก R&D, Marketing และ Sales ได้เห็น Data และเทรนด์ตลาดด้วยตาตัวเอง การจัดสรรงบประมาณหรือผลักดันโปรเจกต์นวัตกรรมใหม่ๆ ย่อมได้รับการยอมรับและลดปัญหา Office Politics ได้อย่างเป็นรูปธรรม

มื้อค่ำที่ “ข้าวสารเสก” รสชาติร่วมสมัยในย่านทรงวาดสุดฮิป
หลังจากเต็มอิ่มกับ Data, วิสัยทัศน์ทางธุรกิจ และการเจรจาการค้าตลอดวัน ไฮไลต์ที่ตอกย้ำกลยุทธ์ Local Experience ของแคมเปญนี้ คือการพาเจ้าของธุรกิจร่วมสัมผัสประสบการณ์จริงผ่านมื้อค่ำที่ร้าน “ข้าวสารเสก”
ร้านนี้ตั้งซ่อนตัวอยู่ในย่าน “ทรงวาด” ย่านการค้าเก่าแก่สุดคลาสสิก ที่กำลังถูกการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ ดั้งเดิมให้ทันสมัย จนกลายเป็นย่านสุดฮิปและเป็น Creative District ของกรุงเทพฯ การพานักธุรกิจต่างชาติมาที่นี่ จึงไม่ใช่แค่การมากินข้าว แต่คือการพามาดู Business Model ของการชุบชีวิตชุมชนเมืองด้วย F&B
จุดเด่นของข้าวสารเสกคือปรัชญาการทำอาหารที่ผ่านการคิดมาอย่างเป็นระบบโดยดึงเอามิติที่ซับซ้อนของอาหาร ไทยออกมาผ่าน 5 วัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าว, พริก, มะพร้าว, น้ำปลา และ น้ำตาลโตนด นำมาตีความใหม่ จนเกิดเป็นเมนู Authentic ที่ตอบโจทย์นักชิมระดับสากล

เมนูไฮไลต์ที่เป็นเสมือน “สื่อกลาง” ในการเจรจาธุรกิจบนโต๊ะอาหารสำหรับชาวต่างชาติในทริปนี้ ได้แก่:
- ดอกหอมสะดุ้งเคยกากหมูกรอบ: การจับคู่ความอูมามิ (Umami) ของกะปิชั้นดี กับเทกเจอร์ความกรอบของกากหมู ทำให้ได้รสชาติที่ซับซ้อนแต่เข้าถึงง่าย
- หมูหันข้าวสารเสก: โชว์เทคนิคการย่างหนังให้กรอบฟู ราดด้วยซอสน้ำตาลโตนดที่ให้มิติความหวานเฉพาะตัว เป็นเมนูที่สร้างความประทับใจให้คนชอบรสชาตินุ่มลึก
- มัสมั่นแกะ มันบดทอดกรอบ: การทำ Cross-cultural Fusion ที่ผสานความพรีเมียมของเนื้อแกะแบบสากล เข้ากับเครื่องแกงมัสมั่นเข้มข้นของไทยได้อย่างไร้รอยต่อ
- ขนมปำถ้วยซอสตาลโตนด: ปิดท้ายด้วยของหวานโบราณที่ถูกนำเสนอในรูปลักษณ์ระดับ Modern Fine Dining ให้รสสัมผัสที่หวานหอมและชุ่มฉ่ำ

เมื่อ ‘อาหาร’ คือ Soft Power ที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมธุรกิจ
แคมเปญ SPICE UP THAI MICE PROGRAM 2026 โดย TCEB เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยก้าวข้ามการเป็นเพียง “ครัวของโลก” ไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมและไมซ์ระดับโลก” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ผู้ประกอบการจากเครือข่าย TRGN ไม่เพียงแต่ได้เห็น “เข็มทิศ” ของอุตสาหกรรม ผ่านนวัตกรรมทางธุรกิจและ Ecosystem ที่แข็งแกร่งของไทย แต่ยังได้สัมผัสเสน่ห์ Local Culture ในสถานที่จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สินทรัพย์ที่แพงที่สุดในโลกธุรกิจยุคนี้ ไม่ใช่แค่ “สูตรอาหาร” หรือ “เทคโนโลยี” แต่คือ “ประสบการณ์ล้ำค่า” และ “ความคล่องตัว” ที่จะผสานโลกธุรกิจเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์ให้เติบโต อย่างยั่งยืนในใจผู้บริโภคระดับโลก


