The Mall

เปิดศักราชปี 2026 มาได้ไม่นาน แต่สัญญาณชีพของเศรษฐกิจโลกและไทยดูเหมือนจะเต้นไม่เป็นจังหวะเสียเท่าไหร่ สำหรับนักการตลาดและคนทำธุรกิจค้าปลีก ไตรมาสแรกของปีนี้ถือเป็นโจทย์หินที่ท้าทายความสามารถในการบริหารจัดการอย่างยิ่ง

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพให้เห็นถึงความ เหนื่อย ของไตรมาส 1 ปีนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนสูง ทั้งราคาทองคำที่ขึ้นลงแบบหาเหตุผลยาก Bitcoin และตลาดหุ้นที่กอดคอกันร่วง ซึ่งปกติ 3 Index นี้มักจะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน แต่นาทีนี้กลับมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก

นี่ยังไม่รวมถึงประเด็น Geopolitics ที่ขั้วอำนาจโลกเริ่มแบ่งชัดเจนเป็น จีน สหรัฐฯ และยุโรป ในขณะที่เอเชียยังไม่มีบทบาทที่ชัดเจนบนเวทีโลกอย่าง Davos ทำให้ทิศทางธุรกิจตกอยู่ในสภาวะ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะเลือกข้างก็เจ็บ จะอยู่ตรงกลางก็ลำบาก

The Mall

เมื่อไร้ยาโด๊ปจากภาครัฐ ค้าปลีกต้องพึ่งลำแข้งตัวเอง

ปัจจัยลบที่กระทบกับค้าปลีกไทยโดยตรงคือกำลังซื้อ และนโยบายรัฐ หากย้อนกลับไปช่วงตรุษจีนปี 2025 เรามีทั้งโครงการช้อปดีมีคืน และช่วงเวลาตรุษจีนที่อยู่ปลายเดือนมกราคม ทำให้เกิดแรงส่งทางการจับจ่ายมหาศาล แต่ปี 2026 นี้ เราไร้ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือการลดหย่อนภาษีใด ๆ ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าและแกว่งตัวอย่างหนัก ทำให้ผู้บริโภคเกิดความระมัดระวังในการใช้จ่ายอย่างเห็นได้ชัด

ยิ่งพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไวแบบรายวันจากการเข้ามาของ AI และ Data ทำให้แผนธุรกิจระยะยาว 3-5 ปีแทบจะใช้ไม่ได้ผล ต้องปรับกันเป็นรายไตรมาสหรือรายเดือน

JOY LUCK LOVE งัดกลยุทธ์ “ม้าไฟ” ทะยานสู้เศรษฐกิจ

แม้ปัจจัยมหภาคจะไม่เป็นใจ แต่ตรุษจีนยังคงเป็น Mega Event เบอร์ 2 ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป รองจากช่วงเทศกาลต่าง ๆ ในปีม้าไฟนี้ เดอะมอลล์จึงทุ่มงบประมาณกว่า 240 ล้านบาท ปั้นแคมเปญ THE MALL LIFESTORE JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026 โดยคาดการณ์เงินสะพัด 4,200 ล้านบาท ตลอดแคมเปญ 35 วัน ผ่านกลยุทธ์ 3 แกนหลักที่ออกแบบมาเพื่อปิดจุดอ่อนทางเศรษฐกิจและเน้น Emotional Value เป็นหลัก

  1. JOY: ที่ผนึกกำลังข้ามพรมแดน เพราะในวันที่กำลังซื้อในประเทศเปราะบาง การดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวและพันธมิตรระดับโลกคือทางรอด ปีนี้เดอะมอลล์จับมือกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จากจีนแบบจัดเต็มทั้ง Alipay, WeChat Pay, Trip.com และ iQIYI ไฮไลต์สำคัญคือการ Co-Branded Experience กับ iQIYI ที่นำซีรีส์จีนเรื่องดัง “How Dare You” มาจำลองบรรยากาศที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ สร้างประสบการณ์แบบ Immersive ให้แฟนซีรีส์ได้ตามรอย ซึ่งเป็นการดึง Traffic จากกลุ่ม Gen Z และแฟนคลับซีรีส์จีนได้อย่างแม่นยำ
  2. LUCK: ด้วยศรัทธาที่จับต้องได้ เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี สายมูคือที่พึ่งทางใจที่ทรงพลังที่สุด เดอะมอลล์เลือกที่จะเล่นกับ Cultural Trust โดยอัญเชิญ เทพเจ้ากวนอู 3 ปาง จากศาลเจ้ากวนอู คลองสาน ที่มีอายุกว่า 200 ปี มาประดิษฐานที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน รวมถึงการรวมเมนูอาหารมงคลกว่า 3,000 เมนู และร้านระดับ Michelin Guide มาไว้ในที่เดียว เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรม “วันจ่าย-วันไหว้-วันเที่ยว” ของคนไทยเชื้อสายจีน
  3. LOVE: กับพลังความรัก และ Fandom ความพิเศษของปีนี้คือเทศกาลตรุษจีนคาบเกี่ยวกับวาเลนไทน์ เดอะมอลล์จึงใช้จังหวะนี้ผนวกพลังแห่งความรักเข้ากับพลังของ Fandom Marketing โดยดึงคู่จิ้นสายวายที่กำลังเป็นกระแสอย่าง “เติ้ล–เฟิร์สวัน”, “มอส-แบงค์” และ “ปอนด์ ณราวิชญ์” มาร่วมกิจกรรม Meet & Greet

กลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เดอะมอลล์ไม่ได้มองแค่กลุ่มครอบครัวแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังเจาะเข้าสู่ Community ของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจะจ่ายเพื่อศิลปินที่พวกเขารัก แม้ในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง

ปรับตัวสู่การจัดอีเวนต์ที่ใหญ่ และแม่นยำ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากการถอดบทเรียนครั้งนี้ คือการปรับเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการจัดอีเวนต์ วรลักษณ์ ระบุว่า ปีนี้จะไม่ได้เน้นจำนวนงานที่เยอะเหมือนเก่า แต่จะเน้น Impact ของแต่ละงานให้ใหญ่และตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น “จากเดิมที่อาจจะจัด 10 งานยิบย่อย ก็จะรวบเหลือเพียง 3 งานใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมได้จริง เพื่อบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดท่ามกลางความไม่แน่นอน”

นอกจากนี้ยังจับเทรนด์ Wellness & Longevity ที่กำลังมาแรง โดยดึงโรงพยาบาลและบริการตรวจสุขภาพเข้ามาอยู่ในห้าง รวมถึงตลาด Second-hand ที่เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นการปรับตัวของห้างสรรพสินค้าที่ต้องเป็นมากกว่าแค่ที่ช้อปปิ้ง แต่เป็นพื้นที่ของ Lifestyle และสุขภาพอย่างแท้จริง

Thumbsup มองว่า การขยับตัวของเดอะมอลล์ กรุ๊ปในตรุษจีน 2026 นี้ สะท้อนภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดี เมื่อไร้แรงส่งจากภาครัฐ ภาคเอกชนจำต้องงัดทุกกระบวนท่า ทั้งการพึ่งพาพันธมิตร Global Platform การใช้พลังศรัทธา และพลังแฟนคลับเพื่อกระตุ้นยอดขาย

โจทย์ใหญ่ของปีนี้ไม่ใช่แค่การดึงคนเข้าห้าง เพราะตัวเลขคนเดินอาจจะไม่ได้ตกลงมาก แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือทำอย่างไรให้เกิดการควักกระเป๋าจ่ายในสภาวะที่ทุกคนรัดเข็มขัด การปรับแผนงานแบบ Real-time รายไตรมาส และการเลิกยึดติดกับความสำเร็จเดิม ๆ คือทักษะสำคัญที่นักการตลาดต้องมีเพื่อเอาตัวรอดในปีม้าไฟ ที่ไฟอาจจะลามมาถึงตัวได้ทุกเมื่อถ้าเราประมาท

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: