TNN Women Round Table

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกเปราะบางยิ่งกว่าแก้วคริสตัล ทุกการตัดสินใจของผู้นำมีความหมาย และทุกความท้าทายก็ดูจะหนักหนาสาหัสกว่าที่เคย ท่ามกลางสมรภูมินี้ เวทีเสวนา “TRANSFORMING THAILAND” โดย TNN ได้จุดประกายประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งในเซสชัน Women Roundtable for Young Leaders ที่ชวน 5 ผู้นำหญิงจากหลากหลายอุตสาหกรรมมานั่งจับเข่าคุยถึง “พลัง” ที่พวกเธอใช้ฝ่าฟันความท้าทายของเศรษฐกิจไทย

หลายคนอาจมองว่า “ความเป็นหญิง” คือข้อจำกัด แต่บทสนทนาในวันนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คุณสมบัติที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง Soft Power อย่างความเห็นอกเห็นใจ, การสื่อสารที่เข้าถึงง่าย หรือความละเอียดอ่อน กลับกลายเป็น “อาวุธลับ” ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ Thumbsup จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังความคิดของพวกเธอ ว่าอะไรคือ DNA ร่วมที่ทำให้ผู้นำหญิงยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ “อยู่รอด” แต่ “เติบโต” ได้อย่างยั่งยืน

TNN Women Round Table

เปลี่ยน ‘กำแพงอคติ’ สู่ ‘คุณค่าแห่งความไว้ใจ’

เปิดเวทีด้วยมุมมองจากแม่ทัพหญิงแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ที่ขึ้นชื่อว่า “หิน” และเป็นชายโดมิเนตอย่างแท้จริง ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. เสนาดีเวลลอปเมนท์ (SENA) เล่าให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาว่า ความท้าทายที่สุดไม่ได้มาจากตัวเลขเศรษฐกิจ แต่มาจาก “สายตา” และ “อคติ” ของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก ไปจนถึงการถูกตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นในระยะยาว

แทนที่จะเสียเวลาไปกับการโต้เถียง เธอเลือกใช้กลยุทธ์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุด นั่นคือ “Prove It” หรือการพิสูจน์ด้วยผลงานที่จับต้องได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น คือวิธีที่เธอเปลี่ยนคุณสมบัติความเป็นหญิงให้กลายเป็นแต้มต่อในการสร้าง “ความไว้วางใจ” (Trust) ซึ่งเธอยกให้เป็นคุณค่าที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะกับพาร์ทเนอร์ชาวญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาว การสื่อสารที่นุ่มนวล การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ สิ่งเหล่านี้ได้ทลายกำแพงและสร้างความเชื่อมั่นที่เงินก็ซื้อไม่ได้

ในฐานะผู้นำ เธอเชื่อว่าแม้เราอาจไม่รู้คำตอบของทุกเรื่องท่ามกลางความไม่แน่นอน แต่สิ่งสำคัญคือต้องสื่อสารทิศทางที่ชัดเจนให้ทีมเสมอ

สร้างองค์กรให้ ‘Inclusive’ ด้วย Leadership OS

ตัดภาพมาที่องค์กรการเงินสุดทันสมัยอย่าง KTC ที่มีสัดส่วนพนักงานหญิงสูงถึง 66% คุณเจนจิต ลัดพลี ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายสื่อสารและ PR บมจ. KTC ฉายภาพให้เห็นว่า พลังของผู้นำหญิงสามารถเบ่งบานได้เต็มที่ในวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและ “Inclusive” อย่างแท้จริง ที่ KTC ไม่ได้วัดคุณค่าของคนที่เพศ แต่วัดที่บทบาทและความสามารถ มีการมอบสวัสดิการให้ “คู่ชีวิต” โดยไม่จำกัดเพศ และมีวัฒนธรรม “Junior Speak First” ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดเห็นก่อนเสมอ

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนทีม คือสิ่งที่เรียกว่า “Leadership OS” ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กที่เน้นการสร้างความไว้วางใจ (Trust), ความปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety), ความสม่ำเสมอแน่นอน (Reliabilty) และความยุติธรรม (Fairness) สิ่งนี้ถูกพิสูจน์แล้วในช่วงวิกฤตโควิดที่ต้องบริหารทีม Call Center ภายใต้ความกดดันมหาศาล นอกจากนี้ KTC ยังลงทุนกับการสร้าง “Coaching Culture” อย่างจริงจัง ซึ่งคุณเจนจิตมองว่าสอดคล้องกับธรรมชาติของผู้หญิงที่มีความช่างสังเกตและเข้าอกเข้าใจ ทำให้สามารถดึงศักยภาพของทีมออกมาได้สูงสุด

อยู่รอดในโลก Tech ด้วย ‘Growth Mindset’ และวิชาเป็ด

จากโลกการเงินสู่สมรภูมิสตาร์ทอัพสายเทค คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore แพลตฟอร์ม Influencer Marketing เล่าถึงการเป็น “ดอกไม้เหล็ก” หนึ่งเดียวท่ามกลางโปรแกรมเมอร์ชายล้วนในช่วงเริ่มต้น ในวันที่ “เน็ตไอดอล” ยังเป็นคำศัพท์ที่ใหม่มากสำหรับวงการตลาด เธอต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น

อาวุธของเธอคือ “ข้อมูล” เธอสร้างเครื่องมือวิเคราะห์ที่วัดผลได้จริง (Reach, Conversion) เพื่อเปลี่ยนความเชื่อให้กลายเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ คุณสุวิตาเชื่อในปรัชญา “Change is the only constant” การเปลี่ยนแปลงคือแก่นขององค์กรเล็ก ๆ ที่ต้องปรับตัวตลอดเวลา เธอเปรียบตัวเองและทีมงานว่าเป็น “เป็ด” ที่ต้องทำได้หลายอย่างและเรียนรู้เร็ว

หัวใจสำคัญคือ “Growth Mindset” ที่กล้าจะล้มเหลว เพราะทุกความผิดพลาดคือบันไดอีกขั้นที่พาเราเข้าใกล้ความสำเร็จ ในวันที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนไปอีกครั้ง Tellscore ก็ปรับตัวจากการเป็นผู้เล่น สู่การเป็นผู้สร้างเครื่องมือหลังบ้าน (White-label) เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ที่หันมาปั้น “Creator” ของตัวเอง

ทำ ‘Sustainability’ ให้เซ็กซี่ ด้วยความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภค

ขยับมาที่เทรนด์ที่กำลังมาแรงที่สุดในทศวรรษอย่าง “ความยั่งยืน” คุณพิชามาศ ชยางาม Founder Loopers แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้ามือสองออนไลน์ ได้เปลี่ยน Pain Point ของผู้บริโภคให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าทึ่ง เธอเล่าว่าความท้าทายหลักของตลาดสินค้ามือสองในไทยคือ “ความกลัว” ของผู้ซื้อ ทั้งกลัวเรื่องความสะอาด, ที่มาที่ไม่ชัดเจน, หรือแม้กระทั่งความเชื่อส่วนบุคคล

Loopers แก้เกมนี้ด้วยการสร้าง “ความโปร่งใส” ผ่านฟีเจอร์ “Closets” ที่ทำให้ผู้ขายบอกเล่าเรื่องราวของเสื้อผ้าได้ แต่กลยุทธ์ที่เฉียบคมที่สุดคือการทำให้ “ความยั่งยืน” กลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย ทำให้การซื้อของมือสองมีประสบการณ์ไม่ต่างจากการซื้อของใหม่ และที่สำคัญคือ “ความคุ้มค่า” ซึ่งเป็นจุดขายที่ทรงพลังอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เคล็ดลับของเธอคือ “One step at a time” เริ่มจากจุดเล็ก ๆ และรับฟังเสียงของคอมมูนิตี้เสมอ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

ปั้นแบรนด์ชาไทยให้ ‘Go Global’ ตั้งแต่วันแรก

ปิดท้ายด้วยพลังของผู้นำรุ่นใหม่ไฟแรง ดร. พอลลี่ เฮสสันด์ : Founder & CEO, Jiencha (เจี้ยนชา) ชาจีนพรีเมียมสัญชาติไทย ที่แม้จะเปิดตัวมาได้ไม่ถึง 2 ปี แต่กลับมีวิสัยทัศน์ที่ไกลกว่านั้น เธอตั้งเป้า “Go Global from Day One” และลงมือทำทันทีด้วยการเปิดสาขาทั้งในเมลเบิร์น, สิงคโปร์, และสเปน

เบื้องหลังความกล้านี้คือการศึกษาประวัติศาสตร์ของชาอย่างลึกซึ้งกว่า 4,000 ปี เพื่อเข้าใจตลาดโลกอย่างถ่องแท้ กลยุทธ์ของเธอคือการใช้จุดแข็งของ “ความเป็นไทย” ทั้งในด้านการบริการและรสชาติที่จัดจ้าน มีมิติ มาสร้างประสบการณ์ “Asian premium beverage” ที่แตกต่าง นอกจากนี้ เธอยังลงทุนอย่างหนักกับการพัฒนาคนในองค์กร ทั้งคอร์สเทรนนิ่ง AI และคลาสเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทีมงานเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ในระดับโลก คำแนะนำของเธอถึงผู้ประกอบการรุ่นใหม่คือ ต้อง “Agile” และ “กล้าลงมือทำ” เพราะในยุคนี้ ความล้มเหลวคือบทเรียนราคาถูกที่สุดที่จะทำให้เราเติบโต

Thumbsup มองว่า เรื่องราวของผู้นำหญิงทั้ง 5 ท่าน สะท้อนให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า “สูตรสำเร็จ” ของการเป็นผู้นำในยุคนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว คุณสมบัติที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องของ “เพศ” อย่างความละเอียดอ่อน, การสร้างความสัมพันธ์, หรือความเข้าอกเข้าใจ ได้ถูกนำมาผสานเข้ากับความเฉียบคมทางธุรกิจ, การใช้ข้อมูล, และวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จนกลายเป็น “Smart Power” ที่ทรงพลัง

ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง “ความไว้วางใจ” ให้เป็นแกนกลาง, การสร้าง “วัฒนธรรมองค์กร” ที่เปิดกว้าง, การมี “Growth Mindset” ที่พร้อมเรียนรู้และล้มเหลว, การ “เข้าใจอินไซต์ลูกค้า” อย่างลึกซึ้ง หรือการมี “วิสัยทัศน์ระดับโลก” ตั้งแต่วันแรก ทั้งหมดนี้คือ DNA ร่วมของผู้นำยุคใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพศหญิงอีกต่อไป

แต่คือคุณสมบัติจำเป็นสำหรับผู้นำทุกคนที่ต้องการพาองค์กรของตัวเองให้รอดพ้นจากคลื่นความท้าทาย และเติบโตไปสู่ความยั่งยืนในอนาคตได้อย่างแท้จริง

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: