Site icon Thumbsup

4 เทรนด์การตลาดบนโซเชียลมีเดียที่จะเพิ่มการกด LIKE & Share ให้มากขึ้น

การที่ทั่วโลกประกาศล็อกดาวน์แน่นอนว่าส่งผลเสียในเชิงธุรกิจแบบออฟไลน์ แต่สำหรับคนที่การทำงานเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดียแล้วจะทราบดีว่า โซเชียลมีเดียหรือโลกออนไลน์ กลายมาเป็นโอกาสที่สำคัญมากกว่าเดิมและอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาธุรกิจเพื่อนาคตได้ จนบางธุรกิจอาจจะต้องยอมเสียเงินราคาแพงเพื่อสร้างการเชื่อมต่อหรือเข้าถึงผู้บริโภค

โดยเทรนด์ที่นิยมใช้เป็นช่องทางการขายอย่าง ไลฟ์สตรีม, คอมมูนิตี้, และอินฟลูเอนเซอร์ ต่างก็เป็นวิธีการนำเสนอรูปแบบที่โดนใจผู้ชมยุคใหม่

นอกจากนี้ การที่แบรนด์จะสร้างความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภคได้นั้น จำเป็นต้องมีเรื่องของความบันเทิงเข้ามาสอดแทรกอย่างสมเหตุสมผลต่อกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะสื่อ มาดูกันสิว่า จะมีเทรนด์อะไรที่ควรนำไปใช้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์บ้าง

Gen X และ boomers อยากเข้าร่วมงานปาร์ตี้

ไม่ใช่แค่เหล่าวัยรุ่นที่อยากออกไปใช้ชีวิตข้างนอก แต่ชาวเจน X และเบบี้บูมเมอร์ ก็อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม โดยช่วงไตรมาสที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน) มีการใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นทั่วโลก และคนกลุ่มนี้ก็ใช้โซเชียลมีเดียมากกว่าที่เดิม ทำให้พวกเขารู้สึกโหยหาการกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม

ก่อนเกิดโรคระบาด กลุ่มเบบี้บูมเมอร์จะใช้ YouTube และ Facebook แต่คนกลุ่มนี้ใช้งาน Instagram และ Twitter เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับคนเจน Y คนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์รู้สึกว่าโฆษณาบนโซเชียลมีเดียมีมากเกินไปและเนื้อหาที่แสดงขึ้นมาก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพวกเขา มีเพียง 10% เท่านั้น ที่รู้สึกชอบโฆษณาที่แสดงผลในหน้าฟีดขึ้นมา

แต่แบรนด์หรูบางแบรนด์มองว่า การที่บริษัทรองเท้าชื่อดังอย่าง UGG เลือกใช้ซูเปอร์โมเดลวัย 65 ปี เพื่อแสดงแคมเปญในช่วงฤดูใบไม้ผลิ นั่นมาจากผลการวิจัยเกี่ยวกับคนวัยเบบี้บูมเมอร์ที่มีแนวโน้มอยากจะจองการเดินทางในช่วงปลายปีนี้ จนถึงต้นปีหน้า เพราะคนวัยนี้ได้รับวัคซีนแล้ว และมีกำลังจ่ายดีกว่าคนกลุ่มช่วงอายุอื่นๆ ทั้งยังมีแนวโน้มการจ่ายมากกว่าที่แบรนด์หรือนักการตลาดคาดหวังจากการโฆษณาอีกด้วย

ดังนั้น แบรนด์จึงควรที่จะคิดใหม่และเพิ่มโอกาสท่ีจะได้รับจากคนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งไม่ใช่การคิดราคายิบย่อย แต่ต้องคิดถึงพฤติกรรม ความสะดวกสบาย และการตอบสนองต่อความต้องการของพวกเขาให้มาก ให้พวกเขารู้สึกพึงพอใจตั้งแต่การพบเห็นแบรนด์ของคุณบนโซเชียลมีเดีย รู้สึกคุ้มค่าและอยากที่จะภักดีต่อแบรนด์ตั้งแต่ก่อนเดินทาง

กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ยังคงมีอิทธิพล

ด้วยพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ และการแชร์ข้อมูลข่าวสารของอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้คนเหล่านี้ โด่งดังและมีพลังกับคนรุ่นใหม่มากกว่าดาราหรือเซเลบริตี้บางคนเสียอีก

27% ของชาวเจน Z รู้สึกว่าการติดตามเหล่าอินฟลูเอนเซอร์บนโซเชียลมีเดียทำให้พวกเรารู้จักแบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และคาดหวังให้แบรนด์มีความเข้าใจพวกเขาในเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจและเคารพสิทธิส่วนบุคคลมากขึ้น

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ติดตามของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มีแนวโน้มที่จะศึกษาหรือเปิดใจทดลองแบรนด์ใหม่ๆ มากขึ้น และยอมที่จะมีส่วนร่วมกับแบรนด์หากมีสิ่งที่พวกเขาสนใจสอดแทรกอยู่

หากอินฟลูเอนเซอร์ประเภท Personal Healthcare เครื่องสำอางหรือความสวยความงาม แสดงให้เห็นถึงผลลัพท์ที่ดีในการใช้งาน ยิ่งทำให้แบรนด์กลายเป็นสินค้าโดดเด่นขึ้นมาให้สายตาของผู้ติดตามทันที

นั่นเป็นเพราะกลุ่มสินค้าประเภทนี้มีจำนวนมากในท้องตลาดและมีประโยชน์กับกลุ่มคนที่แตกต่างกัน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยความงามแต่อินฟลูเอนเซอร์ที่สามารถบอกความคิดเห็นของตัวเองเกี่ยวกับแบรนด์ได้อย่างตรงไปตรงมา มากกว่าแค่ภาพของความสวยงาม จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจในแบรนด์ที่มากยิ่งขึ้น

LIVESTREAM ยังคงมีพลังในชุมชนโซเชียล

เพราะคนยังคงโหยหาเรื่องของความสัมพันธ์ ความบันเทิง และการมีส่วนร่วมต่างๆ ซึ่ง Facebook และ Reddit ก็เห็นไปในแนวเดียวกันว่าการไลฟ์สดยังคงเป็นช่องทางที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ  โดยการไลฟ์สดมีเปอร์เซ็นต์ความนิยมถึง 37% เมื่อเทียบกับการแชร์ข้อมูลทั่วไปในคอมมูนิตี้ที่ 22%

56% ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียมองว่าหากแบรนด์มีการสื่อสารตรงในชุมชนจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขามีคุณค่าต่อแบรนด์ ยิ่งการเสนอความคิดเห็นและนำไปปรับปรุงเพื่อให้แบรนด์ดีขึ้น ยิ่งเป็นความรู้สึกที่ประทับใจต่อแบรนด์มากกว่าเดิม

ในจีนมีการสร้างกระแสใน LIVESTREAM เพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยผู้ใช้งาน Taobao มองว่า การสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์ และสามารถสร้างยอดขายได้มากขึ้นจากนั้นได้มีการนำ Taobao Live ไปผสมผสานบน Wechat และ Tiktok เพื่อสร้างโอกาสทางการขายได้หลากหลายช่องทาง

อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมและการสื่อสารแบบสดๆ ของแบรนด์ช่วยสร้างความมีปฏิสัมพันธ์ การทำกิจกรรมถามและตอบ ก็เป็นโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมและสนุกสนานและยอดขายคือสิ่งที่ได้กลับมา

คอนเทนต์เฉพาะกลุ่ม

ไม่ใช่ทุกบทความที่คนจะสนใจ การมีเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียก็เช่นกัน แม้การบอกต่อหรือส่งข่าวสารบนช่องทางของคุณจะสร้างการรับรู้ได้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์เดียวกันนั้นจะเหมาะกับทุกกลุ่ม แค่ปรับเนื้อหาให้เหมาะกับแต่ละช่องทางก็จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึง

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของโซฌชียลมีเดียอย่าง Reels หรือ Shorts ก็ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจและดึงผู้ชมให้ติดตามแบรนด์ของคุณได้เป็นอย่างดี ดังนั้นแบรนด์ต้องไม่พลาดใช้เครื่องมือใหม่ๆ เหล่านี้บ้าง

นอกจากนี้ การใช้งานเครื่องมือต่างๆ อย่างสม่ำเสมอและใช้ประโยชน์จาก ไลฟ์สตรีมมิ่ง อินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งและโซเชียลคอมเมิร์ซ ได้อย่างกลมกล่อมก็น่าจะช่วยให้แบรนด์ยังมีโอกาสขยายความน่าสนใจต่อผู้ใช้ยุคใหม่ได้

 

 

 

ที่มา : GWI