CRG Lucky Suki

ในแวดวงการตลาดและธุรกิจร้านอาหารที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การขยับตัวของ “ผู้เล่นรายใหญ่” ย่อมเป็นที่จับตามองเสมอ และล่าสุด หนึ่งในดีลที่น่าสนใจที่สุดของปีก็เกิดขึ้น เมื่อ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Food Chain Industry ของไทย ประกาศการตัดสินใจครั้งสำคัญ เข้าร่วมทุน 40% ใน บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด ซึ่งก็คือเจ้าของแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” (Lucky Suki) และ “ลัคกี้ บาร์บีคิว” (Lucky BBQ) ที่กำลังมาแรง

นี่ไม่ใช่แค่การลงทุนธรรมดา แต่คือการ “ผนึกกำลัง” (Synergy) ที่มีเป้าหมายชัดเจน นั่นคือปั้นแบรนด์นี้ให้ไปถึงยอดขายรวม 5,000 ล้านบาท และขยายสาขาให้ได้ 100-120 แห่งทั่วประเทศ ภายใน 3 ปี (ภายในปี 2571)

ดีลนี้บอกอะไรเราบ้างในฐานะนักการตลาด? Thumbsup ขออาสาพาทุกคนไปเจาะลึก เบื้องหลังกลยุทธ์ และวิเคราะห์ “Win-Win” ของเกมนี้ว่า ทำไมยักษ์ใหญ่อย่าง CRG ถึงเลือก “ดาวรุ่ง” อย่าง Lucky Suki และทำไม Lucky Suki ถึงเลือก “ติดปีก” กับ CRG

CRG Lucky Suki

ถอดรหัส “Lucky Suki” ดาวรุ่งที่โตเร็วด้วย “ความคุ้มค่า”

ก่อนจะไปดูดีล เราต้องเข้าใจ “ตัวละคร” กันก่อน “ลัคกี้ สุกี้” ถือเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ก่อตั้งโดยผู้บริหาร 4 ท่านที่มี Passion ในการ “สร้างอาหาร” และประสบการณ์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 และเปิดสาขาแรกในสไตล์ Modern Chinese เมื่อต้นปี 2565

สิ่งที่ทำให้ Lucky Suki “แจ้งเกิด” และมัดใจผู้บริโภคในยุคหลังโควิด-19 คือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในเรื่อง “ความคุ้มค่า” พวกเขาส่งมอบวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมในรูปแบบบุฟเฟต์ ที่มาพร้อมกับประสบการณ์ในร้านที่สร้างความรู้สึก “โชคดี” สมชื่อแบรนด์

ความสำเร็จนี้ไม่ได้หยุดแค่สุกี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2567 พวกเขาก็ต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัว “ลัคกี้ บาร์บีคิว” (Lucky BBQ) ในสไตล์ Thai & Japanese เพื่อขยายฐานลูกค้าและเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ จนถึงปัจจุบัน พวกเขามีสาขารวมกันถึง 42 สาขา (สุกี้ 30, บาร์บีคิว 12) ภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี นี่คืออัตราการเติบโตที่น่าสนใจ

CRG “ราชันย์แห่งแฟรนไชส์” กับการมองเกมที่เฉียบคม

ในอีกด้านหนึ่ง CRG คือ “พี่ใหญ่” ของวงการ ด้วยประสบการณ์กว่า 45 ปี (ก่อตั้ง 2521) ในฐานะผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารเครือข่ายชั้นนำของไทย ปัจจุบันมีแบรนด์ในพอร์ตมากถึง 20 แบรนด์ มีสาขารวมกันกว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ

พอร์ตของ CRG นั้นหลากหลายและแข็งแกร่งมาก ตั้งแต่ QSR อย่าง KFC, ของหวานอย่าง Mister Donut และ Auntie Anne’s, อาหารญี่ปุ่นที่ครอบคลุมหลายเซกเมนต์ (Pepper Lunch, Ootoya, Katsuya, Shinkanzen Sushi) ไปจนถึงแบรนด์ที่กำลังฮิตอย่าง Salad Factory และ นักล่าหมูกระทะ

การที่ CRG ขยับตัวในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การ “ลองของ” แต่เป็นการเดินหมากที่ผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบ

ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ให้ภาพที่ชัดเจนว่า การร่วมทุนครั้งนี้คือการ “ผนึกศักยภาพ” ของทั้งสองฝ่าย CRG เล็งเห็นว่า “ตลาดสุกี้บุฟเฟต์” ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และเชื่อมั่นในศักยภาพของ Lucky Suki ที่มีความโดดเด่นและมีฐานลูกค้าชาวไทยที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว

ทำไมต้อง “ร่วมทุน” ? วิเคราะห์กลยุทธ์ Win-Win

คำถามสำคัญคือ ทำไมทั้งสองฝ่ายถึงเลือกที่จะ “ร่วมทาง” กัน?

ในมุมของ CRG คือ การเติมเต็มจิ๊กซอว์ “Mass Market”

  1. การเจาะตลาด Red Ocean ด้วย “อาวุธ” ที่ใช่: ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดสุกี้และปิ้งย่างคือ “Red Ocean” ที่มีการแข่งขันสูงลิ่ว แต่ก็เป็นตลาดที่ “ใหญ่” มหาศาลเช่นกัน การที่ CRG จะเข้ามาเล่นในตลาดนี้ การสร้างแบรนด์ใหม่อาจใช้เวลานานและเสี่ยง การเข้าซื้อหรือร่วมทุนกับ “ผู้ชนะ” ที่พิสูจน์ตัวเองแล้วอย่าง Lucky Suki จึงเป็นทางลัดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
  2. Synergy กับพอร์ตเดิม: การมี Lucky Suki และ Lucky BBQ เข้ามาในพอร์ต ทำให้ CRG มีแบรนด์ในเซกเมนต์ “สุกี้และปิ้งย่างบุฟเฟต์” ที่แข็งแกร่งทันที ซึ่งสามารถสร้าง Synergy ร่วมกับแบรนด์อื่นในเครือ เช่น “นักล่าหมูกระทะ” ในการครองตลาดกลุ่มนี้
  3. Ecosystem อาวุธลับของ CRG: CRG ไม่ได้มีแค่ “เงินทุน” แต่มี “Ecosystem” ที่แบรนด์อื่นยากจะต่อกร ทั้งความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการร้านอาหาร, เทคโนโลยี (เช่น ระบบ POS, CRM, Loyalty Program), เครือข่ายซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง และที่สำคัญที่สุดคือ “ทำเลทอง” ในเครือข่ายศูนย์การค้าและพันธมิตรทั่วประเทศ

ในมุมของ Lucky Suki คือการ “เทรด” เพื่อ “สเกลอัป” (Trade for Scale-up)

การเติบโตจาก 0 ไป 42 สาขาได้ด้วยตัวเองนั้นน่าทึ่ง แต่การเติบโตจาก 42 ไป 120 สาขาทั่วประเทศนั้น คือ “เกมที่แตกต่าง” อย่างสิ้นเชิง มันคือความท้าทายที่เรียกว่า “Scaling Pains” ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายต้องเจอ

รสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวย้ำชัดเจนว่า การร่วมมือครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นใน “ความเป็นมืออาชีพ” และ “วิสัยทัศน์ระยะยาว” ของ CRG

สิ่งที่ Lucky Suki มองหา ไม่ใช่แค่การขยายสาขา แต่คือการ “สร้างรากฐานธุรกิจที่แข็งแรง” และ “มาตรฐานที่พร้อมรองรับการขยายตัว”

พูดในภาษานักการตลาด Lucky Suki กำลัง “เทรด” หุ้น 40% เพื่อแลกกับ

  1. Capital (เงินทุน): สำหรับการขยายสาขาที่ดุดัน ปีละ 20-25 สาขา
  2. Location (ทำเล): การเข้าถึงทำเลทอง A-List ทั่วประเทศผ่านเครือข่ายของ CRG
  3. System (ระบบ): การนำระบบการบริหารจัดการ, เทคโนโลยี, และซัพพลายเชนระดับ “Big Corp” มาใช้ เพื่อให้การขยายตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรักษามาตรฐานไว้ได้
  4. Expertise (ความเชี่ยวชาญ): การได้ “พี่เลี้ยง” ที่มีประสบการณ์ 45 ปี มาช่วยวางกลยุทธ์และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในการสเกลธุรกิจ

นี่คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดของ “Founder” ที่รู้ว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง “Passion” ต้องเดินคู่ไปกับ “Process” เพื่อก้าวไปสู่ระดับถัดไป

กางแผน 3 ปี 5,000 ล้าน และ 120 สาขา คือความท้าทาย

เป้าหมายที่ตั้งไว้ถือว่า “ทะเยอทะยาน” และ “ท้าทาย” มาก การปั้นยอดขายให้ถึง 5,000 ล้านบาท และขยายสาขาอีกเกือบ 3 เท่าตัวภายใน 3 ปี ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด

แผนการขยายปีละ 20-25 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงได้ ซึ่งแน่นอนว่าการมี CRG เป็น “หัวเรือใหญ่” ในการสนับสนุน ทำให้เป้าหมายนี้ดู “เป็นไปได้” มากกว่าการทำด้วยตัวเอง

สิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดคือ “การรักษามาตรฐาน” ทั้งในแง่คุณภาพอาหาร การบริการ และประสบการณ์ของแบรนด์ ซึ่งเป็นความท้าทายคลาสสิกของการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ซึ่ง CRG เองก็พิสูจน์มาแล้วกับหลายแบรนด์ว่าพวกเขามี “Playbook” ในการจัดการเรื่องนี้

Thumbsup มองว่า ดีลระหว่าง CRG และ Lucky Suki ครั้งนี้ เป็น “Case Study” ที่ยอดเยี่ยมของการ “สเกลอัป” ธุรกิจในยุคใหม่

มันแสดงให้เห็นว่า “แบรนด์ดาวรุ่ง” (Rising Star) ที่มี Product-Market Fit ที่แข็งแกร่ง (ในที่นี้คือ “ความคุ้มค่า” ที่ตอบโจทย์) เมื่อมาเจอกับ “ยักษ์ใหญ่” (Incumbent) ที่มี Ecosystem ที่พร้อมสมบูรณ์ (เงินทุน, ทำเล, ระบบ) ผลลัพธ์ที่ได้คือ “จรวดติดเทอร์โบ” ที่พร้อมจะพุ่งทะยาน

ในมุมของ CRG นี่คือการซื้อ “อนาคต” และ “ความเร็ว” ในการเจาะตลาดที่สำคัญ ส่วนในมุมของ Lucky Suki นี่คือการซื้อ “ระบบ” และ “ความยั่งยืน” เพื่อการเติบโตในระยะยาว

เกมนี้จึงเป็น “Win-Win” ที่ชัดเจนสำหรับทั้งสองฝ่าย แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยัง “ผู้เล่นอื่น” ในสมรภูมิสุกี้และปิ้งย่างว่า “ผู้ท้าชิง” ที่น่ากลัวที่สุดได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว จากนี้ไป “สงครามสุกี้” จะดุเดือดและน่าติดตามยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน

อ้างอิง: CRG

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: