Your Best Year Yet!

ในโลกของการตลาด เรามักจะพูดถึงการวาง Strategic Plan การทำ Post-mortem หรือการหา North Star Metric ให้กับแบรนด์ แต่พอหันกลับมามอง แบรนด์ตัวเอง หรือชีวิตส่วนตัว เรากลับทำเพียงแค่จดลิสต์สิ่งที่อยากได้ลงในกระดาษตอนคืนวันที่ 31 ธันวาคม แล้วก็ปล่อยให้มันจางหายไปตามกาลเวลา นี่คือ Pain Point ใหญ่ที่ Jinny S. Ditzler ผู้เขียนหนังสือ Your Best Year Yet! มองเห็นมาตลอดหลายทศวรรษ

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่การสอนให้เรา ฝันใหญ่ แต่คือการสอนให้เรา เตรียมดิน ก่อนจะหว่านเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่คนทำงานสาย Operation หรือ Strategy จะเข้าใจดีว่า Infrastructure ที่แข็งแรงคือหัวใจของความสำเร็จ

Your Best Year Yet!

ทำไมเราถึงไปไม่ถึงฝั่งฝัน?

Ditzler เปรียบเทียบการตั้งเป้าหมายเหมือนการทำสวน คุณคงไม่หว่านเมล็ดพันธุ์ลงบนดินที่แข็งกระด้างและเต็มไปด้วยวัชพืชแล้วคาดหวังว่ามันจะโตสวยงาม แต่คนส่วนใหญ่กลับทำแบบนั้นกับชีวิตตัวเอง เราตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ บนฐานของความล้มเหลวเดิม ๆ โดยที่ยังไม่ได้สะสางความผิดหวังหรือความเชื่อที่ฉุดรั้งเราไว้เลย

ในมุมมองของคนทำงาน การจะ Launch แคมเปญใหม่ให้ปัง เราต้องทำ Audit ระบบเดิมก่อนเสมอ ชีวิตก็เช่นกัน กระบวนการ Best Year Yet จึงเริ่มต้นด้วยการย้อนกลับไปสำรวจอดีตผ่านคำถามสำคัญ 10 ข้อ เพื่อสร้าง ดินที่อุดมสมบูรณ์ ให้กับเป้าหมายใหม่

Review & Learning เพื่อทำ Audit ชีวิต

สามคำถามแรกของกระบวนการนี้คือการมองย้อนกลับไปแบบ 360 องศา

  1. ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาคืออะไร? : เรามักจะจำความล้มเหลวได้แม่นยำกว่าความสำเร็จ การลิสต์ความสำเร็จช่วยสร้าง Self-confidence ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการขับเคลื่อนโปรเจกต์ใหญ่
  2. ความผิดหวังคืออะไร? : นี่คือการ ถอนวัชพืช การยอมรับความพ่ายแพ้หรือสิ่งที่ทำไม่สำเร็จจะช่วยปลดปล่อยพลังงานที่ถูกกักขังไว้ด้วยความรู้สึกผิด
  3. บทเรียนที่ได้รับคืออะไร? : สกัดออกมาเป็น Personal Guidelines หรือคู่มือการใช้ชีวิตส่วนตัว เช่น เผชิญหน้ากับความกลัวให้เร็วขึ้น หรือกล้าปฏิเสธงานที่ไม่ใช่

อัปเกรด Mindset Infrastructure

คำถามที่สี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เราจำกัดตัวเองอย่างไร และจะหยุดมันได้อย่างไร?

Ditzler นำเสนอโมเดล ไข่ดาว ที่แบ่งตัวตนเราเป็น 3 ชั้นคือ ตัวตนที่แท้จริง (Core), พื้นที่แห่งความกลัว (Problem Zone), และหน้ากากที่เราสวม (Persona) คนส่วนใหญ่เสียพลังงานไปกับการจัดการพื้นที่แห่งความกลัวและการรักษาหน้ากาก จนลืมใช้ศักยภาพจาก Core ที่แท้จริง

ในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการเปลี่ยน Limiting Paradigm หรือความเชื่อที่ว่า ฉันไม่เก่งเรื่องตัวเลข หรือ ฉันแก่เกินกว่าจะเรียนรู้ AI ให้กลายเป็น Empowering Paradigm ที่ทรงพลังและเป็นปัจจุบัน การปรับ Mindset ตรงนี้คือการแก้ Bug ที่ฝังลึกอยู่ในระบบปฏิบัติการของชีวิตเรา

การหา Product-Market Fit ของชีวิต

เป้าหมายที่ปราศจาก คุณค่า มักจะไปไม่รอด เพราะมันไม่มีแรงจูงใจที่แท้จริง Ditzler ชวนเราหาว่าอะไรคือสิ่งที่มีความหมายต่อเราจริง ๆ เช่น ความคิดสร้างสรรค์, ความมั่นคง หรือความสัมพันธ์ จากนั้นจึงนำมาจับคู่กับ บทบาท ในชีวิตที่เราต้องดูแล เช่น นักการตลาด, พ่อแม่ หรือเพื่อน

เทคนิคที่น่าสนใจคือการทำ Whole Life Review โดยให้คะแนนความพึงพอใจในแต่ละบทบาท (คะแนน 1-10) แล้วดูว่าวงล้อชีวิตเราเบี้ยวแค่ไหน จุดนี้จะช่วยให้เราเลือก Major Focus หรือเป้าหมายหลักเพียงหนึ่งเดียวที่จะสร้าง Ripple Effect ไปยังส่วนอื่น ๆ ของชีวิตได้ดีที่สุด เหมือนการเลือก Focus Segment ในการทำตลาดนั่นเอง

Execution & Gold Time

เมื่อได้เป้าหมาย Top Ten แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือระบบการทำงาน Ditzler นำเสนอเฟรมเวิร์ก E-S-P

  • E (External Action): ลงมือทำจริง
  • S (Support): หาตัวช่วย ไม่ว่าจะเป็น Mentor, เครื่องมือ Tech หรือเพื่อนที่คอยเตือนสติ
  • P (Paradigm): คอยเช็ก Mindset ไม่ให้กลับไปติดหล่มเดิม

และอาวุธลับที่สำคัญที่สุดคือ Gold Time หรือเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับการทำสิ่งที่ “สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน” เช่น การวางแผนเชิงกลยุทธ์ หรือการดูแลสุขภาพ ซึ่งมักจะถูกงานด่วน แย่งชิงไปเสมอ

ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วย Data และความเร็วอย่างปี 2026 นี้ กระบวนการของ Your Best Year Yet! ยิ่งทวีความสำคัญขึ้น เพราะมันคือการทำ Human-Centric Strategic Planning ให้กับตัวเอง เพราะตอนนี้เราจะหลงทางไปกับกระแสของโลกได้ง่ายมาก

หัวใจสำคัญไม่ใช่การทำให้ครบทุกอย่าง แต่คือการเลือก Focus ในสิ่งที่ใช่ และการ เตรียมดิน ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง การใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเพื่อแลกกับ 12 เดือนที่มีทิศทาง คือการลงทุนที่มี ROI สูงที่สุดที่คุณจะทำได้ในปีนี้

ปีที่ดีที่สุดของคุณไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคชะตา แต่มันเกิดจาก ความตั้งใจ และ การลงมือทำอย่างเป็นระบบ ต่างหาก

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: